⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 338/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 338/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาในคดีอาญาถึงที่สุดแล้ว ข้อเท็จจริงที่ศาลวินิจฉัยในคดีอาญานั้น ย่อมผูกพันการวินิจฉัยของศาลในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกัน.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาว่าจำเลยบุกรุกเข้ามาทำความเสียหายในที่ดินของโจทก์ ขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำให้เสียทรัพย์และบุกรุก กับพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ เมื่อศาลพิพากษาในคดีส่วนอาญาถึงที่สุดแล้วว่า โจทก์เป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาทและลงโทษจำเลยฐานทำให้เสียทรัพย์ ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา จำเลยจะฎีกาโต้เถียงว่าจำเลยเป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาทหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาว่า โจทก์ครอบครองนาที่พิพาทจำเลยบุกรุกเข้ามาทำความเสียหายในที่ดินพิพาท ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๘, ๓๖๒, ๓๖๓ และขอให้พิพากษาว่านาที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องและให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้องคดีอาญาและรับฟ้องคดีส่วนแพ่งไว้พิจารณา จำเลยให้การปฏิเสธและต่อสู้ว่า ที่ดินที่จำเลยเข้าไปนั้นเป็นที่ของจำเลย จำเลยไม่ได้บุกรุก ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาท จำเลยบุกรุกเข้าไปหาความถือเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา ๓๕๘ ปรับ ๕๐๐ บาท ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องในที่พิพาท และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ทั้งคดีส่วนอาญาและแพ่ง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของจำเลยในคดีส่วนอาญาเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้าม คดีส่วนอาญาจึงถึงที่สุด สำหรับคดีส่วนแพ่งพิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาในชั้นฎีกาเฉพาะส่วนแพ่ง ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๔๖ เมื่อคำพิพากษาคดีส่วนอาญาเป็นอันยุติถึงที่สุดแล้วว่า โจทก์เป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาทและจำเลยได้นำรถแทรกเตอร์เข้าไปบุกรุกไถในที่ของโจทก์ ทำให้ทรัพย์สินของโจทก์เสียหาย จำเลยก็ย่อมต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์จำเลยจะฎีกาโต้เถียงว่าจำเลยเป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาทหาได้ไม่ เป็นการฝ่าฝืนข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาดังกล่าว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 338/2523 นายแดง ปานจันทร์ หรือปานจัน โจทก์ นายภู่ ปานจันทร์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแดง ปานจันทร์ หรือปานจัน · ล. - นายภู่ ปานจันทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวี กสิยพงศ์ · สมบัติ วังตาล · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายจรัญ สิรันทวิเนติ · ศาลอุทธรณ์ - นายอาจ ปัญญาดิลก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1144-1146/2553ฎีกา 7032/2559ฎีกา 175/2520ฎีกา 1065/2499ฎีกา 2584/2527ฎีกา 9203/2554ฎีกา 6235/2551ฎีกา 7/2491ฎีกา 758/2519ฎีกา 1730/2520ฎีกา 7223/2540ฎีกา 1351/2567ฎีกา 2731/2522ฎีกา 4209/2533ฎีกา 728/2512ฎีกา 1552/2524ฎีกา 3813/2535ฎีกา 417/2533ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2532/2538ฎีกา 5677/2555ฎีกา 1917/2559ฎีกา 5735/2538ฎีกา 481/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา