คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 43/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ศาลมีอำนาจไต่สวนคำร้องขอตามที่เห็นสมควร โดยไม่จำเป็นต้องไต่สวนทุกกรณี
2. รายได้จากการประกอบวิชาชีพทนายความ ไม่ถือเป็นรายได้จากอสังหาริมทรัพย์หรือการประกอบพาณิชยกรรมตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21 (4) มิได้บังคับว่าศาลต้องทำการไต่สวนทุกกรณีที่คู่ความยื่นคำร้องขอเข้ามา แต่ศาลมีอำนาจจะไต่สวนตามคำขอหรือไม่แล้วแต่ศาลจะพิจารณาเห็นสมควร กรณีศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องเพราะเห็นว่าคำร้องขอของจำเลยไม่ต้องด้วยมาตรา 307 ดังนี้ แม้จะไต่สวนข้อเท็จจริงได้ความตามคำร้องขอก็ไม่อาจมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องขอนั้นได้ จึงชอบแล้ว
แม้จำเลยจะมีสำนักงานตั้งอยู่บนอสังหาริมทรัพย์ รายได้จากการเป็นทนายความของจำเลยก็เกิดจากการประกอบวิชาชีพของจำเลยนั่นเอง รายได้จากการใช้วิชาชีพดังกล่าวไม่ใช่เป็นการค้าหรือมีลักษณะคล้ายคลึงใกล้เคียงกับการประกอบการพาณิชยกรรม จึงถือไม่ได้ว่าเป็นรายได้จากอสังหาริมทรัพย์หรือรายได้จากการประกอบพาณิชยกรรม ในอันที่จะให้ศาลมีคำสั่งได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 307
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลว่า จำเลยเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาและมีอาชีพเป็นทนายความ มีสำนักงานตั้งอยู่บ้านเลขที่ ๒๖/๖ ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่โจทก์นำยึดเพื่อขายทอดตลาด จำเลยมีรายได้จากการประกอบอาชีพทนายความ หากมีการขายทอดตลาดจะทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย จึงขอให้ศาลมีคำสั่งตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๐๗ แทนการสั่งขายทอดตลาด
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า กรณีของจำเลยไม่ต้องด้วยมาตรา ๓๐๗ เพราะมิใช่รายได้ประจำปีจากอสังหาริมทรัพย์โดยตรง รายได้ของจำเลยไม่แน่นอน ให้ยกคำร้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บทบัญญัติมาตรา ๒๑ (๔) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มิได้บังคับว่าศาลต้องทำการไต่สวนทุกกรณีที่คู่ความยื่นคำร้องขอเข้ามา แต่ศาลมีอำนาจจะไต่สวนตามคำขอหรือไม่ แล้วแต่ศาลจะพิจารณาเห็นสมควร กรณีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องเพราะเห็นว่าคำร้องขอของจำเลยไม่ต้องด้วยมาตรา ๓๐๗ ดังนี้ แม้จะไต่สวนข้อเท็จจริงได้ความตามคำร้องขอก็ไม่อาจมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องขอนั้นได้และแม้จำเลยจะมีสำนักงานตั้งอยู่บนอสังหาริมทรัพย์จริง รายได้จากการเป็นทนายความของจำเลยก็เกิดจากการประกอบอาชีพของจำเลยนั่นเอง รายได้จากการใช้วิชาชีพดังกล่าว ไม่ใช่เป็นการค้าหรือลักษณะคล้ายคลึงใกล้เคียงกับการประกอบการพาณิชยกรรม จึงถือไม่ได้ว่าเป็นรายได้จากอสังหาริมทรัพย์หรือรายได้จากการประกอบพาณิชยกรรม ในอันที่จะให้ศาลมีคำสั่งได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๐๗
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 43/2523
ธนาคากรุงศรีอยุธยา จำกัด โจทก์
นายสุชาติ โฉมฉาย ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคากรุงศรีอยุธยา จำกัด · ล. - นายสุชาติ โฉมฉาย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สนิท อังศุสิงห์ · ชลูตม์ สวัสดิทัต · วัฒน์ ผดุงจิตร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายวีระ ทรัพย์ไพศาล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา