คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1679/2552
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษา ศาลต้องให้โอกาสคู่กรณีอีกฝ่ายคัดค้านก่อนมีคำสั่ง การมีคำสั่งอนุญาตให้ผ่อนชำระหนี้โดยมิได้ให้โอกาสคู่กรณีอีกฝ่ายคัดค้าน ถือว่าเป็นการก้าวล่วงขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดและไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ป.วิ.พ.มิได้บัญญัติว่าคำร้องของจำเลยที่ขอผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษาเป็นคำร้องที่ทำได้แต่ฝ่ายเดียว ก่อนที่จะไต่สวนหรือมีคำสั่งศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะให้โอกาสโจทก์คัดค้าน โดยมีคำสั่งให้ส่งสำเนาคำร้องเช่นว่านั้นแก่โจทก์ล่วงหน้า หากจะคัดค้านประการใดให้ยื่นเข้ามาภายในเวลาที่กำหนดการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษาและงดการบังคับคดีไปเลยทีเดียว เป็นการก้าวล่วงข้ามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 21 (2) อันเป็นบทกฎหมายในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรม ศาลฎีกาให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นเสียตามมาตรา 27
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย และจำเลยที่ 2 ชำระเงินจำนวน 60,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์จึงขอหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ยึดทรัพย์จำเลยทั้งสอง
จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2547 ขอผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้โจทก์เดือนละ 2,000 บาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตและให้งดการบังคับคดี
โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่ง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษาและงดการบังคับคดี โดยไม่ให้โจทก์มีโอกาสคัดค้านคำร้องของจำเลยที่ 1 ก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21 (2) เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบหรือไม่ได้ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2547 ขอผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้โจทก์เดือนละ 2,000 บาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคำร้องดังกล่าวว่า "อนุญาต มีหนังสือแจ้งเจ้าพนักงานบังคับคดีทราบด่วนเพื่องดการบังคับคดี หมายแจ้งโจทก์ทราบคำสั่งศาลด้วย" เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21 (2) บัญญัติว่า "ถ้าประมวลกฎหมายนี้มิได้บัญญัติว่า คำขออันใดจะทำได้แต่ฝ่ายเดียว ห้ามมิให้ศาลทำคำสั่งในเรื่องนั้นๆ โดยมิให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือคู่ความอื่นๆ มีโอกาสคัดค้านก่อน..." เมื่อคำขอตามคำร้องของจำเลยที่ 1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมิได้บัญญัติว่าจะทำได้แต่ฝ่ายเดียว ดังนั้น ก่อนที่จะไต่สวนหรือมีคำสั่งศาลชั้นต้นชอบที่จะให้โอกาสโจทก์คัดค้านก่อน โดยมีคำสั่งให้ส่งสำเนาคำร้องเช่นว่านั้นแก่โจทก์ล่วงหน้า หากจะคัดค้านประการใดให้ยื่นเข้ามาภายในเวลาที่กำหนด การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษาและงดการบังคับคดีไปเลยทีเดียว เป็นการก้าวล่วงข้ามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 21 (2) อันเป็นบทกฎหมายในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรม ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นเสียตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"
พิพากษากลับ ให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ผ่อนชำระหนี้ตามคำพิพากษาและที่ให้งดการบังคับคดีไว้ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับคำร้องฉบับลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2547 ของจำเลยที่ 1 เสียใหม่ โดยกำหนดเวลาเพื่อให้โจทก์มีโอกาสคัดค้านคำร้องดังกล่าว แล้วทำการไต่สวนและมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1679/2552
พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตำบลโพธิ์กลาง โจทก์
พันโทชนก จรสูงเนิน กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตำบลโพธิ์กลาง · จำเลย - พันโทชนก จรสูงเนิน กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศเรศ ชัยรัตน์ · ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์ · ไมตรี ศรีอรุณ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา