คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 509/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่กำหนดให้ชำระเป็นงวด ๆ โดยระบุวันเริ่มต้นและระยะเวลาการชำระในแต่ละงวด หากมีการชำระหนี้งวดแรกภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ ถือว่าเป็นการชำระหนี้ภายในเวลาที่กำหนด ไม่เป็นการผิดนัดจนกว่าจะพ้นกำหนดเวลาที่ให้ปฏิบัติตามคำบังคับแล้ว
ย่อคำพิพากษา
สัญญาประนีประนอมยอมความมีข้อความว่าจำเลยยอมชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์นับแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2520 เป็นต้นไปโดยผ่อนชำระเป็นงวด ๆ คือ ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม 2521 เป็นต้นไปถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2521 เงินต้นจ่ายเดือนละ 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยที่ค้าง ดังนี้ แสดงว่าจำเลยยอมชำระหนี้ให้โจทก์เดือนละ 1 งวดทุก ๆ เดือนไป วันเริ่มต้นนับคือวันที่ 18 มกราคม 2521 วันครบกำหนด 1 เดือนในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2521 การที่จำเลยชำระหนี้งวดแรกแก่โจทก์เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2521 จึงเป็นการชำระหนี้ภายในเวลาที่กำหนดไว้หาเป็นการผิดนัดชำระหนี้ จนระยะเวลาที่กำหนดไว้เพื่อให้ปฏิบัติตามคำบังคับได้ล่วงพ้นไปแล้วอันจะเป็นเหตุให้ศาลออกหมายบังคับคดีได้ทันทีในเมื่อโจทก์ร้องขอไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยไม่ชำระหนี้ตามที่กำหนดไว้ในสัญญายอมศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี จำเลยยื่นคำร้องว่ามิได้ผิดนัดศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิม ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีตามคำขอของโจทก์จำเลยทั้งสี่ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า สัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งโจทก์และจำเลยทั้งสี่ได้กระทำต่อหน้าศาล และศาลได้พิพากษาบังคับคดีไปตามยอมนั้น มีข้อความว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ยอมชำระเงิน1,130,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 12 ต่อปี ของเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์นับแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2520 เป็นต้นไป โดยผ่อนชำระเป็นงวด ๆ คือ ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม 2521 เป็นต้นไป ถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2521 เงินต้นจ่ายเดือนละ 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยที่ค้าง จำเลยทั้งสี่ได้ทราบคำบังคับของศาลแล้ว จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ได้ชำระเงินเป็นการชำระหนี้งวดที่ 1 แก่โจทก์เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2521
มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า กรณีถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ผิดนัดไม่ปฏิบัติชำระหนี้งวดที่ 1 แก่โจทก์ตามกำหนดตามที่ศาลได้พิพากษาบังคับตามสัญญายอมหรือไม่
พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ความในสัญญาตอนต้นที่ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3ยอมชำระเงิน 1,130,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 12 ต่อปี ของเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์นับแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2520 เป็นต้นไปนั้นหมายถึงวันนับดอกเบี้ยเท่านั้น ส่วนข้อความต่อไปที่ว่าโดยผ่อนชำระเป็นงวด ๆ ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม2521 เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2521 เงินต้นจ่ายเดือนละ 30,000บาท พร้อมดอกเบี้ยที่ค้างนั้นหมายถึงการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้าง กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ยอมชำระหนี้ตามสัญญายอมให้โจทก์เดือนละ 1 งวด ทุก ๆ เดือนไป วันเริ่มต้นนับ คือวันที่ 18 มกราคม 2521 วันครบกำหนด 1 เดือนในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2521 การที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ชำระหนี้งวดแรกแก่โจทก์เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2521 จึงเป็นการชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก่โจทก์ภายในเวลาที่กำหนดไว้ หาเป็นการผิดนัดชำระหนี้จนระยะเวลาที่กำหนดไว้เพื่อให้ปฏิบัติตามคำบังคับได้ล่วงพ้นไปแล้วอันจะเป็นเหตุให้ศาลออกหมายบังคับคดีได้ทันทีในเมื่อโจทก์ร้องขอดังที่โจทก์อ้างไม่ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ตกเป็นผู้ผิดนัดเพราะไม่ชำระหนี้งวดแรกให้โจทก์ภายในวันที่ 18 มกราคม 2521 ไม่ต้องด้วยความเห็นศาลฎีกากลับ"
พิพากษากลับ ให้งดการบังคับคดีตามคำสั่งศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 509/2523
บริษัท ธีรชัยทรัสต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัด กระป๋องไทย กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัท ธีรชัยทรัสต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด กระป๋องไทย กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุไพศาล วิบุลศิลป์ · จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา