⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1255/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1255/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
พระราชกฤษฎีกาที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติ จะมีผลบังคับใช้ได้ก็ต่อเมื่อพระราชบัญญัตินั้นได้มอบอำนาจไว้โดยชัดแจ้ง หากพระราชกฤษฎีกาใดออกโดยมีข้อกำหนดที่ขัดหรือฝ่าฝืนกฎหมายทั่วไปของบ้านเมือง และพระราชบัญญัติที่อ้างอำนาจไม่ได้ให้อำนาจในการออกข้อกำหนดเช่นนั้น พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวก็ไม่อาจใช้บังคับได้

ย่อคำพิพากษา

อำนาจออกพระราชกฤษฎีกาจนเป็นการขัดหรือฝ่าฝืนต่อกฎหมายทั่วๆ ไปของบ้านเมืองนั้น จักต้องมีการระบุมอบอำนาจไว้โดยชัดแจ้งในตัว พ.ร.บ.มิฉะนั้นพระราชกฤษฎีกาที่ออกมาเป็นการขัดหรือฝ่าฝืนกฎหมายทั่วไปของบ้านเมืองนั้น ก็จะบังคับใช้ไม่ได้ ข้อความในพระราชกฤษฎีกาควบคุมจัดกิจการหรือทรัพย์สินของบุคคลที่เป็นศัตรูต่อสหประชาชาติ พ.ศ. 2492 (ฉะบับที่ 2) มาตรา 3 ซึ่งให้ยกเลิกมาตรา 6 ในพระราชกฤษฎีกาฉะบับที่ 1 และใช้ความต่อไปนี้แทนว่า "มาตรา 6 ในการควบคุมจัดกิจการหรือทรัพย์สินตามความในพระราชกฤษฎีกานี้ให้คณะกรรมการรักษาเงินที่ได้จากการนั้น ไว้และในระหว่างที่ยังมิได้มีความตกลงของสหประชาชาติในเรื่องนี้ห้ามมิให้จ่ายเงินดังกล่าวแล้ว เว้นแต่ค่าใช้จ่ายดังบัญญัติไว้ในมาตรา 5" นั้น ถ้าจะแปลจนถึงว่าให้คณะกรรมการมีอำนาจงดการชำระหนี้อันถึงกำหนด แก่เจ้าหนี้ตลอดถึงไม่ต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษาและทรัพย์สินของลูกหนี้ ไม่ต้องอยู่ในการบังคับชำระหนี้ของเจ้าหนี้แล้ว ก็จะเป็นอำนาจที่มิใช่อำนาจในหลักเกณฑ์และวิธีการควบคุมและจัดทรัพย์สิน เพราะเป็นอำนาจที่คณะกรรมการจะต้องกระทำการฝ่าฝืนขืนขัดต่อกฎหมายทั่วไปของบ้านเมือง โดยมิได้มี พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทำการเช่นนั้น หรือให้อำนาจที่จะให้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเช่นนั้นได้ ฉะนั้นศาลจึงมีอำนาจดำเนินการบังคับคดีแก่คณะกรรมการฯ ผู้เป็นจำเลยให้ชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.275 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.276

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้เดิมจำเลยได้เข้าควบคุมจัดกิจการและทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทฮัมบูร์กไทยตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกักคุมตัวและการควบคุมจัดกิจการหรือทรัพย์สินของบุคคลที่เป็นศัตรูต่อสหประชาชาติ พ.ศ. ๒๔๘๘ ห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าวได้ทำสัญญาเช่าตึกของโจทก์ไป บัดนี้จำเลยไม่ยอมชำระเงินค่าสินไหมทดแทนในการที่ทรัพย์ที่ติดตรึงตรากับตัวตึกที่เช่าต้องเสียหายไปให้แก่โจทก์ตามสัญญาเช่า โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลบังคับคดีถึงที่สุด ศาลพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๖๓๗๕ บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ย ศาลชั้นต้นสั่งบังคับคดีใน ๑๕ วัน ศาลออกคำบังคับแล้วจำเลยแถลงต่อศาลขอวางศาลแต่ฉะเพาะค่าธรรมเนียม ค่าทนายแทนโจทก์เป็นเงิน ๕๖๒ บาท ส่วนค่าเสียหาย ๖๓๗๕ บาทนั้น จำเลยเห็นว่าจำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ควบคุมทรัพย์สินของบุคคลที่เป็นศัตรูต่อสหประชาชาติ ทรัพย์สินของจำเลยมีแต่ทรัพย์สินที่ควบคุมไว้เท่านั้น พระราชกฤษฎีกาควบคุมจัดกิจการหรือทรัพย์สินของบุคคลที่เป็นศัตรูต่อสหประชาชาติ (ฉะบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๒ มาตรา ๓ ได้บัญญัติห้ามมิให้จำเลยจ่ายเงินที่ได้จากทรัพย์สินที่ควบคุมไว้ เว้นแต่ค่าใช้จ่ายค่าเสียหายนี้มิใช่ค่าใช้จ่าย จำเลยจึงจะปฏิบัติตามคำบังคับคดีของศาลไม่ได้ โจทก์ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีเพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการยึดทรัพย์ของจำเลยเพื่อการชำระหนี้ศาลแพ่งสั่งว่ายึดไม่ได้ เพราะจำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชกฤษฎีกาดังที่จำเลยแถลง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยได้เข้าควบคุมจัดกิจการหรือทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทฮัมบูร์กไทย ฉะนั้นค่าเสียหายรายนี้จึงคิดจากทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นได้ตามมาตรา ๕ แห่งพระราชกฤษฎีกาตามที่ศาลล่างอ้างไม่ได้ห้ามเด็ดขาด เมื่อกรณีต้องตามมาตรา ๕ แล้วจ่ายได้ จึงพิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นว่าให้ดำเนินการบังคับคดีเพื่อชำระหนี้ให้โจทก์ต่อไป ศาลฎีกาประชุมใหญ่แล้วเห็นว่าอำนาจแห่งการเข้าควบคุมจัดกิจการหรือทรัพย์สินของบุคคลที่เป็นศัตรูต่อสหประชาชาตินั้นเกิดขึ้นโดย พ.ร.บ. ว่าด้วยการกักคุมตัวและการควบคุมจัดกิจการหรือทรัพย์สินของบุคคลที่เป็นศัตรูต่อสหประชาชาติ พ.ศ. ๒๔๘๘ ซึ่งมีบทบัญญัติให้อำนาจไว้ในมาตรา ๖ ซึ่งให้อำนาจคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง มีอำนาจควบคุมจัดกิจการตามวิธีการและหลักเกณฑ์ ซึ่งกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาอำนาจควบคุมจัดกิจการตามที่กฎหมายให้ไว้นี้ ก็คือการเข้าจัดการงานแทนบุคคลนั้นนั่นเอง ซึ่งรวมตลอดถึงการหยุดกิจการ ชำระบัญชีและการขอให้บุคคลนั้น ๆ เป็นผู้ล้มละลาย ดั่งปรากฎหลักเกณฑ์และวิธีการเป็นรายละเอียดอยู่ในพระราชกฤษฎีกาฉะบับที่ ๑ แล้ว ฉะนั้นถ้าจะมีการออกพระราชกฤษฎีกาให้นอกเหนือไปจากนั้นพระราชกฤษฎีกานั้นก็จะบังคับใช้มิได้ เพราะการให้อำนาจออกพระราชกฤษฎีกาจนเป็นการขัดหรือฝ่าฝืนต่อกฎหมายทั่วไปของบ้านเมืองนั้นจักต้องมีการระบุ มอบอำนาจไว้โดยชัดแจ้งในตัว พ.ร.บ.ฉะนั้นถ้าจะแปลความดังที่จำเลยยืนยันไปจนถึงว่าให้คณะกรรมการมีอำนาจงดการชำระหนี้อันถึงกำหนดแก่เจ้าหนี้ตลอดถึงไม่ต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษาและทรัพย์สินของลูกหนี้ ไม่ต้องอยู่ในการบังคับชำระหนี้ของเจ้าหนี้แล้ว ก็จะเห็นได้ชัดว่า อำนาจนี้มิใช่อำนาจในหลักเกณฑ์และวิธีการควบคุมและจัดทรัพย์สินเพราะเป็นอำนาจที่คณะกรรมการจะต้องกระทำการฝ่าฝืนขืนขัดต่อกฎหมายทั่วไปของบ้านเมืองโดยมิได้มี พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทำการเช่นนั้น หรือให้อำนาจที่จะให้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเช่นนั้นได้ จึงเห็นว่าข้อโต้แย้งของจำเลยฟังไม่ได้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1255/2493 บริษัทไทยนิธิ โดยนายวรรณะ บุรุสหงศ์ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ สหประชาชาติ โดย ทวี ตะเวทิกุล เป็นประธานกรรมการฯ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทไทยนิธิ โดยนายวรรณะ บุรุสหงศ์ ผู้รับมอบอำนาจ · ล. - สหประชาชาติ โดย ทวี ตะเวทิกุล เป็นประธานกรรมการฯ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · นาถปริญญา · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสำเภา พรหมบุตร · ศาลอุทธรณ์ - หลวงปริพนธ์พจน์พิสุทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 171/2513ฎีกา 2603/2530ฎีกา 810/2552ฎีกา 3635/2541ฎีกา 1649/2498ฎีกา 1763/2551ฎีกา 3794/2536ฎีกา 1256/2518ฎีกา 5094/2565ฎีกา 785/2525ฎีกา 19/2504ฎีกา 788/2510ฎีกา 420/2541ฎีกา 1005/2542ฎีกา 2424/2516ฎีกา 1040/2529ฎีกา 14811/2557ฎีกา 7523/2540ฎีกา 1988/2522ฎีกา 7305/2538ฎีกา 2388/2517ฎีกา 2419/2537ฎีกา 2649/2543ฎีกา 510/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา