คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6498/2558
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีตามคำพิพากษาเป็นคำขอฝ่ายเดียวที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะยื่นต่อศาลได้โดยไม่ต้องให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งทราบหรือให้โอกาสโต้แย้งก่อน
ย่อคำพิพากษา
คดีนี้ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ยื่นคำขอต่อศาลชั้นต้นเพื่อให้ออกหมายบังคับคดี ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 275 วรรคหนึ่ง ทั้งตามบทบัญญัติดังกล่าวบัญญัติให้สิทธิแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่จะขอให้บังคับคดียื่นเป็นคำขอฝ่ายเดียว และตามมาตรา 21 (3) ยังบัญญัติให้คำขอเพื่อให้ออกหมายบังคับคดีเป็นคำขอที่อยู่ในข้อยกเว้นไม่อยู่ในอำนาจของศาลที่จะฟังคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือคู่ความอื่น ๆ ก่อนออกคำสั่งในเรื่องนั้น ๆ อันเป็นคำขอฝ่ายเดียวโดยเคร่งครัด จึงไม่มีข้อโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่อันใดเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาที่จำเลยทั้งสองจะใช้สิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ออกหมายบังคับคดีแก่โจทก์ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 1,884,688.66 บาท พร้อมดอกเบี้ยกับค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 42830 ตำบลเชิงเนิน อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาที่เสียเกินมาให้แก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแทนโจทก์ จำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์ขอให้ออกคำบังคับ
จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ออกหมายบังคับคดีแก่โจทก์
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ยื่นคำขอต่อศาลชั้นต้นเพื่อให้ออกหมายบังคับคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 275 วรรคหนึ่ง ทั้งตามบทบัญญัติดังกล่าวบัญญัติให้สิทธิแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่จะขอให้บังคับคดียื่นเป็นคำขอฝ่ายเดียว และตามมาตรา 21 (3) ยังบัญญัติให้คำขอเพื่อให้ออกหมายบังคับคดีเป็นคำขอที่อยู่ในข้อยกเว้นไม่อยู่ในอำนาจของศาลที่จะฟังคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือคู่ความอื่น ๆ ก่อนออกคำสั่งในเรื่องนั้น ๆ อันเป็นคำขอฝ่ายเดียวโดยเคร่งครัด จึงไม่มีข้อโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่อันใดเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาที่จำเลยทั้งสองจะใช้สิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ออกหมายบังคับคดีแก่โจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6498/2558
กองทุนรวมโกลบอลไทย พร็อพเพอร์ตี้ โจทก์
นายสุวิช อัศวไชยชาญ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กองทุนรวมโกลบอลไทย พร็อพเพอร์ตี้ · จำเลย - นายสุวิช อัศวไชยชาญ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพโรจน์ วายุภาพ · กษิดิ์เดช จีนสลุต · สมพงษ์ เหมวิมล |
| แหล่งที่มา | สำนักวิชาการ |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ