คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 752-753/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินที่ฝากไว้กับธนาคารย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของธนาคารผู้รับฝาก เว้นแต่จะมีข้อตกลงเป็นประการอื่น และเงินที่ธนาคารส่งมอบให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำสั่งอายัด เป็นเงินของลูกหนี้ที่อยู่ในความครอบครองของธนาคาร ไม่จำเป็นต้องเป็นเงินตราอันเดียวกันกับที่ลูกหนี้เคยฝากไว้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเบิกเงินไปจากธนาคารผู้ร้องโดยไม่ได้ความชัดว่าเป็นการเบิกโดยปลอมลายมือชื่อ และดวงตราของผู้สั่งจ่ายในเช็ค และจำเลยได้นำเงินนั้นไปฝากไว้กับธนาคารอื่นเงินตราที่ฝากย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของธนาคารผู้รับฝาก เพราะไม่มีข้อตกลงให้ธนาคารส่งคืนเป็นเงินตราอันเดียวกันกับที่รับฝาก
เงิน (จากบัญชีจำเลย) ที่ธนาคารผู้รับฝากส่งไปให้เจ้าพนักงานบังคับคดี (ตามคำสั่งอายัดในคดีที่จำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา) ไม่จำเป็นต้องเป็นเงินตราอันเดียวกันกับที่จำเลยนำมาฝาก ทั้งไม่มีข้อเท็จจริงใด ๆ แสดงว่าเป็นเงินตราอันเดียวกันกับที่จำเลยเบิกไปจากผู้ร้อง เงินนั้นจึงเป็นเงินของจำเลย ผู้ร้องจะร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณารวมกัน และพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้โจทก์ ๑,๙๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยไม่ชำระ โจทก์ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินที่จำเลยที่ ๑ ฝากธนาคารกรุงเทพฯ จำกัด สาขาบุคคโล ๑,๕๓๕,๕๑๕ บาท ธนาคารเอเชียทรัสต์ จำกัด สาขาจรัลสนิทวงศ์ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ธนาคารทั้งสองส่งเงินจำนวนดังกล่างมายังเจ้าพนักงานบังคับคดี
ผู้ร้องทั้งสองสำนวนยื่นคำร้องว่า เงินที่ธนาคารส่งมายังเจ้าพนักงานบังคับคดีมิใช่ของจำเลยที่ ๑ แต่เป็นทรัพย์ของกลางที่จำเลยที่ ๑ กับพวกปลอมเอกสารตั๋วเงินและฉ้อโกงไปจากผู้ร้อง ซึ่งผู้ร้องได้แจ้งความดำเนินคดีอาญาและฟ้องจำเลยที่ ๑ เป็นคดีแพ่งเพื่อเรียกเงินคืนแล้ว ขอให้สั่งปล่อยเงินทั้งสองจำนวน
โจทก์ทั้งสองสำนวนให้การว่า เงินรายพิพาทเป็นของจำเลยที่ ๑ โดยได้มาจากการค้าขายหนังสือพิมพ์ พิมพ์หนังสือขาย และกู้จากโจทก์ ๑,๙๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อนำมาลงทุนจัดตั้งห้างหุ้นส่วน จำเลยที่ ๑ มิได้กระทำผิดตามที่ผู้ร้องอ้าง คดีอาญาและคดีแพ่งไม่แน่ว่าพนักงานอัยการและผู้ร้องจะเป็นฝ่ายชนะ เงินรายพิพาทไม่ใช่ของผู้ร้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า เงินที่จำเลยที่ ๑ นำไปฝากธนาคารมิได้หมายความว่าเป็นเงินจำนวนเดียวกันกับที่ธนาคารผู้รับฝากส่งมอบแก่เจ้าพนักงานบังคับคดี มีคำสั่งให้ยกคำร้องผู้ร้องทั้งสองสำนวน
ผู้ร้องทั้งสองสำนวนอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องทั้งสองสำนวนฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่ผู้ร้องนำสืบว่าจำเลยที่ ๑ กับพวกร่วมกันปลอมลายมือชื่อผู้สั่งจ่าย และดวงตราของบริษัทสหการข้าวไทย จำกัด ลงในเช็ค ๓๓ ฉบับเบิกเงินไปจากผู้ร้อง ๓,๗๗๐,๐๐๐ บาท ข้อเท็จจริงยังไม่ได้ความแน่ชัดเช่นนั้นแม้คดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๑๙๐๙/๒๕๑๙ ของศาลอาญาก็ยังอยู่ในระหว่างพิจารณาอย่างไรก็ตามเงินตราที่จำเลยที่ ๑ นำไปฝากธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาบุคคโลและธนาคารเชียทรัสต์ จำกัด สาขาจรัลสนิทวงศ์ ย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของธนาคารทั้งสอง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๗๒ เพราะไม่ปรากฏว่ามีข้อตกลงให้ธนาคารส่งคืนเป็นเงินตราอันเดียวกันกับที่รับฝาก เงินที่ธนาคารทั้งสองส่งมาให้พนักงานบังคับคดี จึงไม่จำเป็นต้องเป็นเงินตราอันเดียวกันกับที่จำเลยที่ ๑ นำมาฝาก ทั้งไม่มีข้อเท็จจริงใด ๆ แสดงว่าเงินทั้งสองจำนวนดังกล่าวเป็นเงินตราอันเดียวกันกับที่จำเลยที่ ๑ เบิกไปจากผู้ร้อง เงินทั้งสองจำนวนจึงเป็นเงินของจำเลยที่ ๑ หาใช่เป็นของผู้ร้องไม่ ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอให้ปล่อยทรัพย์ ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาว่า โจทก์จำเลยสมคบกันทำสัญญากู้ขึ้นโดยทุจริตข้อนี้มิใช่เป็นประเด็นในคดีร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ ศาลฎีกาวินิจฉัยให้ไม่ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 752 - 753/2523
นายคำ พุกเจริญ โจทก์
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ผู้ร้อง
นายบัญญัติ ศรีรัตน์ กับพวก รวม 2 สำนวน ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายคำ พุกเจริญ · ผู้ร้อง - ธนาคารกสิกรไทย จำกัด · ล. - นายบัญญัติ ศรีรัตน์ กับพวก รวม 2 สำนวน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กุศล บุญยืน · ปรีชา สุมาวงศ์ · สุวรรณพ กองวารี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายเพียร สุมิระ · ศาลอุทธรณ์ - นายปรานอม มหรรณพ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา