⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1011/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1011/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การปลูกสร้างบ้านเรือนกีดขวางทางสาธารณะหรือทางส่วนบุคคลที่ประชาชนมีสิทธิใช้สอยร่วมกัน และก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นเป็นพิเศษ ย่อมเป็นเหตุให้บุคคลนั้นมีอำนาจฟ้องให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

แม้ที่ดินที่จำเลยปลูกบ้านอยู่เป็นที่ดินคันคลอง อยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน มิใช่เป็นที่ดินของโจทก์ทั้งสอง แต่โดยเหตุที่ที่ดินส่วนนั้นเป็นทางสาธารณะ และเป็นที่ดินคันคลองสาธารณะ ซึ่งประชาชนรวมทั้งโจทก์ทั้งสองมีสิทธิที่จะใช้สอยร่วมกัน และบ้านที่จำเลยสร้างขึ้นบังหน้าที่ดินของโจทก์ที่ 1 ทางด้านคันคลอง และปิดกั้นทางส่วนบุคคลซึ่งโจทก์ทั้งสองใช้ในการไปมาจากที่ดินโจทก์ทั้งสองสู่ทางสาธารณะดังกล่าว เป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสองไม่สามารถเข้าออกไปมายังคันคลองอันเป็นทางสาธารณะ และไม่มีความสะดวกในการที่จะใช้น้ำในคลองสาธารณะ ถือได้ว่าโจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย เพราะการกระทำของจำเลยเป็นพิเศษ โจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยรื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยปลูกสร้างขึ้นทำความเสียหายให้โจทก์ทั้งสองได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1337

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยรื้อย้ายบ้านพร้อมสิ่งปลูกสร้างออกไปให้พ้นหน้าที่ดินของโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยได้ปลูกบ้านลงบนคันคลองเปรมประชากร ซึ่งเป็นถนนสาธารณะบังที่ดินโจทก์ที่ 1 และถนนส่วนบุคคลซึ่งโจทก์ทั้งสองใช้เป็นทางเข้าออกจากที่ดินโจทก์ทั้งสองไปสู่ถนนคันคลองซึ่งเป็นทางสาธารณะนั้น มีปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องจำเลยหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้ที่ดินที่จำเลยปลูกบ้านอยู่เป็นที่ดินคันคลองอยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน มิใช่เป็นที่ดินของโจทก์ทั้งสอง แต่โดยเหตุที่ที่ดินส่วนนั้นเป็นทางสาธารณะและเป็นที่ดินคันคลองสาธารณะ ซึ่งประชาชนรวมทั้งโจทก์ทั้งสองมีสิทธิที่จะใช้สอยร่วมกัน และบ้านที่จำเลยสร้างขึ้นบังหน้าที่ดินของโจทก์ที่ 1 ทางด้านคันคลองและปิดกั้นทางส่วนบุคคลซึ่งโจทก์ทั้งสองใช้ในการไปมาจากที่ดินโจทก์ทั้งสองสู่ทางสาธารณะดังกล่าว เป็นเหตุให้โจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 ซึ่งมีที่ดินติดต่ออยู่กับที่ดินโจทก์ที่ 1 และติดทางส่วนบุคคลนั้นไม่สามารถเข้าออกไปมายังคันคลอง อันเป็นทางสาธารณะ และไม่มีความสะดวกในการที่จะใช้น้ำในคลองสาธารณะ ย่อมถือได้ว่าโจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายเพราะการกระทำของจำเลยเป็นพิเศษ โจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยรื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยปลูกสร้างขึ้นทำความเสียหายให้โจทก์ทั้งสองได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1011/2524 นางนิพา สวนฐิตะปัญญา กับพวก โจทก์ นายประสงค์ ศรีวิไล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางนิพา สวนฐิตะปัญญา กับพวก · จำเลย - นายประสงค์ ศรีวิไล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุไพศาล วิบุลศิลป์ · สุวัฒน์ รัตรสาร · ดุสิต วราโห
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 401/2518ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 1405/2515ฎีกา 1331/2479ฎีกา 1532/2509ฎีกา 609/2522ฎีกา 3048/2537ฎีกา 948/2501ฎีกา 2775/2541ฎีกา 659/2529ฎีกา 2128/2542ฎีกา 3752/2529ฎีกา 1036/2506ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1259/2496ฎีกา 2572/2520ฎีกา 337/2535ฎีกา 6620/2550ฎีกา 713/2512ฎีกา 1775-1776/2506ฎีกา 2904/2530ฎีกา 3473/2525ฎีกา 3803/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา