⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1177/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1177/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 นั้น ต้องเป็นการร้องขอให้คุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอ เพื่อให้ทรัพย์สิน สิทธิ หรือประโยชน์ที่พิพาทกันในคดีได้รับการคุ้มครองไว้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา.

ย่อคำพิพากษา

การร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 นั้นจะต้องเป็นการร้องขอให้คุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอ เพื่อให้ทรัพย์สิน สิทธิหรือประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใดที่พิพาทกันในคดีได้รับการคุ้มครองไว้จนกว่าศาลจะได้มีคำพิพากษา ในชั้นบังคับคดีซึ่งมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยชี้ขาดแต่เพียงว่า ผู้คัดค้านเป็นบริวารของจำเลยหรือไม่ ถึงหากศาลจะชี้ขาดตัดสินให้โจทก์ชนะ โจทก์ก็มีสิทธิเพียงบังคับให้ผู้คัดค้านออกไปจากที่พิพาทหามีสิทธิบังคับให้ผู้คัดค้านชำระค่าเช่า หรือค่าเสียหายแก่โจทก์ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.264

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งจำเลยยอมออกจากห้องพิพาทและใช้ค่าเสียหายต่อมาจำเลยและผู้คัดค้านทั้งห้าซึ่งเป็นบริวารของจำเลยจงใจไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ระหว่างไต่สวนคำร้องของโจทก์ โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 1 นำค่าเช่าบ้านรายพิพาทที่เก็บจากผู้เช่าเดือนละ 7,500 บาท มาวางต่อศาลเรื่อยไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "การร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างการพิจารณา หรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 นั้น จะต้องเป็นการร้องขอให้คุ้มครองประโยชน์ของผู้ขอเพื่อให้ทรัพย์สิน สิทธิหรือประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใดที่พิพาทกันในคดีได้รับการคุ้มครองไว้จนกว่าศาลจะได้มีคำพิพากษา แต่คดีนี้เป็นกรณีพิพาทกันในชั้นบังคับคดีซึ่งมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยชี้ขาดแต่เพียงว่าผู้คัดค้านเป็นบริวารของจำเลยหรือไม่ ถึงหากศาลจะชี้ขาดตัดสินให้โจทก์ชนะ โจทก์ก็มีสิทธิเพียงบังคับให้ผู้คัดค้านออกไปจากทรัพย์ที่พิพาท หามีสิทธิบังคับให้ผู้คัดค้านชำระค่าเช่าหรือค่าเสียหายแก่โจทก์ไม่ ดังนั้น เงินค่าเช่าที่โจทก์ขอให้ผู้คัดค้านที่ 1 นำมาวางศาลจึงมิใช่ทรัพย์สิน สิทธิหรือประโยชน์ที่พิพาทกันในคดีอันจะพึงได้รับการคุ้มครอง โจทก์ไม่มีสิทธิร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 1 นำเงินค่าเช่าดังกล่าวมาวางศาล" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1177/2524 นายภาณุ ชัยกุล โจทก์ นายประชา ใช้ฮวดเจริญ จำเลย นางสาวพรพรรณ สุวรรณพงษ์ กับพวก ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายภาณุ ชัยกุล · จำเลย - นายประชา ใช้ฮวดเจริญ · ผู้คัดค้าน - นางสาวพรพรรณ สุวรรณพงษ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศักดิ์ สนองชาติ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3801/2536ฎีกา 733/2492ฎีกา 4273/2531ฎีกา 14246/2557ฎีกา 7280/2549ฎีกา 4085/2546ฎีกา 2580/2527ฎีกา 2467/2536ฎีกา 920/2524ฎีกา 1079-1080/2495ฎีกา 4309/2534ฎีกา 1565/2530ฎีกา 258/2549ฎีกา 3900/2532ฎีกา 1287/2513ฎีกา 2077/2539ฎีกา 1040/2529ฎีกา 778/2503ฎีกา 8876/2551ฎีกา 1905/2531ฎีกา 377/2523ฎีกา 3282/2536ฎีกา 4592/2539ฎีกา 1023/2479
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา