คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1269/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเลิกจ้างพนักงานตามระเบียบที่กำหนดอายุเกษียณและอาจต่ออายุการทำงานได้ ถือเป็นการเลิกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
สิทธิเรียกร้องค่าชดเชยของลูกจ้างที่เสียชีวิตไปแล้ว เป็นมรดกตกทอดแก่ทายาท และทายาทแต่ละคนมีสิทธิใช้สิทธิในกองมรดกทั้งหมดได้
ย่อคำพิพากษา
ระเบียบของจำเลยที่กำหนดให้พนักงานพ้นจากหน้าที่เมื่ออายุ 60 ปี แต่ก็อาจต่ออายุการทำงานให้ได้ มิใช่เป็นการกำหนดระยะเวลาการจ้าง แต่เป็นเรื่องคุณสมบัติของลูกจ้าง เมื่อจำเลยให้พนักงานออกจากงานตามระเบียบนั้น จึงอยู่ในความหมายของการเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 46
สิทธิเรียกร้องค่าชดเชยเป็นทรัพย์สิน มิใช่สิทธิเฉพาะตัวหากลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยแล้วตาย จึงเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาท และทายาททุกคนเป็นเจ้าของรวมในกองมรดกที่ยังมิได้แบ่ง ทายาทแต่ละคนจึงอาจใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์รวมครอบไปถึงกองมรดกทั้งหมดได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของ ภ. ซึ่งเป็นลูกจ้างประจำของจำเลย จำเลยเลิกจ้าง ภ. เพราะเกษียณอายุโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ภ. ตาย ขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย
จำเลยให้การว่า ระเบียบข้อบังคับของจำเลยกำหนดว่าลูกจ้างต้องออกจากงานเมื่ออายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ เป็นการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอน เมื่อ ภ. มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานฯ มีวัตถุประสงค์คุ้มครองแรงงานลูกจ้างเท่านั้นจึงเป็นสิทธิเฉพาะตัว เมื่อลูกจ้างตายสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองแรงงานก็เป็นอันสิ้นสุดไม่เป็นสิทธิที่จะรับมรดกกันได้
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์
จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ระเบียบของจำเลยให้พนักงานซึ่งมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์เป็นอันพ้นจากหน้าที่การงาน แต่จำเลยก็อาจจะพิจารณาต่ออายุการทำงานให้แก่พนักงานได้ ระเบียบนี้จึงมิใช่เป็นการกำหนดระยะเวลาการจ้าง เพราะมิใช่เป็นการตกลงกันว่าจะจ้างกันจนกว่าลูกจ้างจะมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ แต่เป็นเรื่องคุณสมบัติของลูกจ้างเป็นการทั่วไป เมื่อพนักงานซึ่งมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์เป็นเหตุหนึ่งที่จำเลยจะต้องให้ออกจากงาน จึงอยู่ในความหมายของการเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 46 จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้
สิทธิเรียกร้องค่าชดเชยเป็นทรัพย์สิน หากลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายแล้วตาย ค่าชดเชยย่อมเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาท มิใช่สิทธิเฉพาะตัว แม้ลูกจ้างผู้ตายจะมีทายาทหลายคนและโจทก์ไม่ได้ฟ้องคดีในฐานะผู้จัดการมรดกหรือในฐานะเป็นผู้รับมอบอำนาจจากบรรดาทายาททั้งหลาย แต่ทายาททุกคนเป็นเจ้าของรวมในกองมรดกที่ยังมิได้แบ่งของผู้ตาย ฉะนั้น ทายาทแต่ละคนจึงอาจใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์รวมครอบไปถึงกองมรดกทั้งหมดได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1359 โจทก์เป็นทายาทคนหนึ่งของ ภ. ผู้ตาย จึงย่อมมีสิทธิฟ้องจำเลยให้ชำระค่าชดเชยทั้งหมดได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1269/2524
นางรัสมี ธีรอรรถ โจทก์
องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางรัสมี ธีรอรรถ · จำเลย - องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย · ขจร หะวานนท์ · ประทีป ชุ่มวัฒนะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา