คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1301/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ลูกจ้างชั่วคราวไม่อยู่ในฐานะพนักงานสุขาภิบาล การกระทำของลูกจ้างชั่วคราวที่ยักยอกทรัพย์สินจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ไม่ใช่มาตรา 147
ย่อคำพิพากษา
พระราชบัญญัติสุขาภิบาล พ.ศ. 2495 ให้พนักงานสุขาภิบาลเป็นเจ้าพนักงานตามความหมายแห่งกฎหมายลักษณะอาญา และให้กระทรวงมหาดไทยวางระเบียบพนักงานสุขาภิบาลขึ้นไว้ โจทก์ไม่นำสืบว่าระเบียบนี้มีไว้อย่างไร ลูกจ้างชั่วคราวไม่อยู่ในฐานะพนักงานสุขาภิบาล การยักยอกเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 ไม่ใช่ มาตรา 147
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย 15 กระทง 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นจำคุก 2 กระทง 6 ปี 8 เดือน โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "อนึ่ง สมควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยด้วยว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายดังโจทก์ฟ้องหรือไม่ เห็นว่าพระราชบัญญัติสุขาภิบาล พ.ศ. 2495 ได้บัญญัติฐานะของพนักงานสุขาภิบาลไว้ดังนี้ มาตรา 20 ให้สุขาภิบาลมีพนักงานสุขาภิบาลซึ่งประกอบด้วยปลัดสุขาภิบาล สมุห์บัญชี สุขาภิบาล และพนักงานสุขาภิบาลอื่นตามความจำเป็น มาตรา 21 ให้กระทรวงมหาดไทยวางระเบียบพนักงานสุขาภิบาลขึ้นไว้ มาตรา 22 ในการปฏิบัตหน้าที่ให้ถือว่ากรรมการสุขาภิบาลและพนักงานสุขาภิบาลมีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามความหมายแห่งกฎหมายลักษณะอาญากระทรวงมหาดไทยจะวางระเบียบเกี่ยวกับพนักงานสุขาภิบาลไว้อย่างไร โจทก์ไม่ได้นำสืบ พิเคราะห์บัญญัติเกี่ยวกับฐานะของพนักงานสุขาภิบาลดังกล่าวแล้ว เห็นว่า จำเลยเป็นแต่เพียงลูกจ้างชั่วคราวของสุขาภิบาลเท่านั้น จึงไม่อยู่ในฐานะที่จะเป็นพนักงานสุขาภิบาล ไม่เป็นเจ้าพนักงานสุขาภิบาลเท่านั้น จึงไม่อยู่ในฐานะที่จะเป็นพนักงานสุขาภิบาล ไม่เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายดังโจทก์ฟ้อง การกระทำของจำเลยคงเป็นความผิดฐาน ยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 เท่านั้น ที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษจำเลยฐานเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ปัญหานี้แม้จำเลยจะมิได้อุทธรณ์ฎีกาก็ตาม แต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ซึ่งศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352จำเลยกระทำความผิด 2 กรรมต่างกัน ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทุกกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 กระทงละ 6 เดือนรวมจำคุก 1 ปี คำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยต้องขังมาพอแก่โทษให้ปล่อยตัวไป"
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1301/2524
อัยการธัญบุรี โจทก์
นายวันชัย ซาคูคาระ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการธัญบุรี · จำเลย - นายวันชัย ซาคูคาระ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชา สุมาวงศ์ · สุวรรณพ กองวารี · อำนวย อินทุภูติ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา