⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1461/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1461/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อนายจ้างผิดสัญญาจ้างก่อน โดยไม่จ่ายค่าจ้างตามกำหนดเวลา ลูกจ้างย่อมมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการบอกกล่าวล่วงหน้า และนายจ้างจะริบเงินค้ำประกันของลูกจ้างไว้หาได้ไม่

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ได้วางเงินค้ำประกันในการเข้าทำงานกับจำเลยไว้ด้วยโดยในสัญญาจ้างตกลงกันว่าจำเลยจะคืนเงินค้ำประกันเมื่อโจทก์ทำงานครบ 6 เดือน และลาออกโดยบอกกล่าวล่วงหน้า 7 วัน แต่จำเลยไม่จ่ายค่าจ้างให้ตรงตามเวลาที่ตกลงกัน โจทก์จึงลาออกก่อนครบ 6 เดือน และโดยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า 7 วัน กรณีนี้จำเลยมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินเดือนแก่โจทก์ตามกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้ การที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงทั้งที่โจทก์ได้ปฏิบัติหน้าที่ให้แก่จำเลยตามสัญญาแล้ว ย่อมถือได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา จึงจะถือเอาประโยชน์แห่งสัญญา โดยริบเงินค้ำประกันของโจทก์ไว้หาได้ไม่ ต้องคืนแก่โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.378 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.575

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงิน 800 บาท ให้แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่าเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2523 จำเลยได้จ้างโจทก์เป็นลูกจ้าง ทำหน้าที่ยาม โดยจำเลยตกลงจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์เดือนละ 1 ครั้ง ทุกวันที่ 16 ของเดือน ในการที่โจทก์เข้าทำงานกับจำเลยได้วางเงินค้ำประกันไว้กับจำเลยจำนวน 800 บาทด้วย ตามใบสมัครงานเอกสารหมาย ล.2 และสัญญาจ้างเอกสารหมาย ล.3 และได้ตกลงกันว่า จำเลยจะคืนเงินค้ำประกันเมื่อโจทก์ทำงานครบ 6 เดือนแล้ว และลาออกโดยบอกกล่าวล่วงหน้า 7 วัน ต่อมาจำเลยมิได้จ่ายค่าจ้างสำหรับเดือนธันวาคม 2523 ในวันที่ 16 ธันวาคม 2523 กลับจ่ายให้ในวันที่ 12 มกราคม 2524 และมิได้จ่ายค่าจ้างสำหรับเดือนธันวาคม และมกราคม 2524 ในวันที่ 16 มกราคม 2524 แต่จะจ่ายให้ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2524 โจทก์ไม่มีเงินใช้ จำเป็นต้องหางานอื่นทำ จึงลาออกก่อนครบ 6 เดือน และโดยมิได้บอกกล่าวจำเลยล่วงหน้า 7 วัน มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยมีสิทธิรับเงินค้ำประกันตามสัญญาหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า อันสัญญานั้นก่อให้เกิดสิทธิและหน้าที่แก่สัญญาคือทั้งโจทก์และจำเลย กรณีนี้จำเลยมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินเดือนแก่โจทก์ตามกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้ การที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ทั้งที่โจทก์ได้ปฏิบัติหน้าที่ยามให้แก่จำเลยตามสัญญาแล้วย่อมถือได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาจนเป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถทำงานกับจำเลยต่อไปได้ เนื่องจากไม่มีเงินใช้ จำต้องหางานใหม่ จึงลาออกไปเมื่อจำเลยเป็นฝ่ายก่อให้เกิดการผิดสัญญาขึ้นเอง จึงจะถือเอาประโยชน์แห่งสัญญา โดยริบเงินค้ำประกันของโจทก์ไว้หาได้ไม่ ต้องคืนให้แก่โจทก์" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1461/2524 นายจำนง สระบัวทอง โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอส.พี.ซี. ซีเคียวริตี้เซอวิส จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจำนง สระบัวทอง · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอส.พี.ซี. ซีเคียวริตี้เซอวิส
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพศาล สว่างเนตร · ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1674/2539ฎีกา 8785/2550ฎีกา 2894/2532ฎีกา 590/2470ฎีกา 585/2543ฎีกา 685/2512ฎีกา 770/2486ฎีกา 4015/2528ฎีกา 1611/2512ฎีกา 1658/2527ฎีกา 1875/2566ฎีกา 1397/2544ฎีกา 4777/2549ฎีกา 127/2531ฎีกา 955/2536ฎีกา 2139/2565ฎีกา 2845-2847/2546ฎีกา 7635/2543ฎีกา 788/2499ฎีกา 2364/2524ฎีกา 2093/2532ฎีกา 2839/2527ฎีกา 3539/2536ฎีกา 1479/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา