คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 166/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และการมีเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะในการสงคราม เป็นความผิดคนละฐานกันตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ต่างมาตรากัน จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
ย่อคำพิพากษา
พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 72 ได้แก้ไขต่อ ๆ มาให้ใช้ มาตรา 72 ที่แก้ไขใหม่ ศาลลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 72 แล้ว การอ้างหรือไม่อ้างฉบับที่ 5 มาตรา 3 ก็ไม่เป็นสารสำคัญที่จะต้องวินิจฉัย
มีอาวุธปืนโดยไม่รับอนุญาต มีเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะในการสงครามความผิด 2 ฐาน กฎหมายบัญญัติความผิดและลงโทษคนละมาตรา เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานมีกัญชา จำหน่ายกัญชา จำคุก2 ปี 6 เดือน ฐานมีปืนไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 ฐานมีเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะในการสงครามตามมาตรา 55, 78 เป็นกรรมเดียว จำคุก 2 ปี ลดโทษเหลือ 2 ปี 3 เดือนริบของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ จำเลยไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "โจทก์ฎีกาข้อแรกว่า จำเลยควรมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2517 มาตรา 3 ด้วย ศาลฎีกาเห็นว่าบทบัญญัติในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2517 เป็นบทบัญญัติที่แก้ไขบทบัญญัติในมาตรา 72 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ พ.ศ. 2490 ซึ่งต่อมาได้มีคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 6 ยกเลิกบทบัญญัติในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2517 ให้ใช้มาตรา 72ที่แก้ไขใหม่โดยคำสั่งของคณะปฏิรูปดังกล่าว เมื่อศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 72 แล้ว การที่จะอ้างหรือไม่อ้างบทลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ (ฉบับที่ 5)พ.ศ. 2517 มาตรา 3 ก็ไม่เป็นข้อสารสำคัญที่จะต้องวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า ความผิดฐานมีอาวุธปืนโดยไม่รับอนุญาตกับฐานมีเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เห็นว่า ความผิดทั้งสองฐาน กฎหมายได้บัญญัติบทความผิดและบทลงโทษไว้คนละมาตรา กระสุนปืนของกลางไม่ใช่เครื่องกระสุนปืนที่จะใช้กับอาวุธปืนพกของกลาง ความผิดแต่ละกรรมเป็นความผิดสำเร็จนับแต่จำเลยมีอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงครามไว้ในความครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 72 จำคุก 1 ปี ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 78 จำคุก2 ปี เมื่อรวมโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษเข้าด้วยแล้วเป็นโทษจำคุก 5 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย2 ปี 9 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์"
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 166/2524
อัยการอุบลราชธานี โจทก์
นายสิงห์ คำพันธ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการอุบลราชธานี · จำเลย - นายสิงห์ คำพันธ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุวัฒน์ รัตรสาร · สุไพศาล วิบุลศิลป์ · ดุสิต วราโห |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา