คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1993/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่จำเลยมิได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่ได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทเรื่องอำนาจฟ้องไว้ในชั้นชี้สองสถาน ถือว่าจำเลยสละสิทธิ์ในการยกข้อต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องในชั้นอุทธรณ์และฎีกา
2. การบรรยายฟ้องเรื่องค่าเสียหายที่ระบุจำนวนเงินและแสดงรายการค่าซ่อมพร้อมราคาแต่ละรายการไว้ในบิลเงินสดท้ายฟ้อง ถือว่าเพียงพอให้จำเลยเข้าใจได้ ไม่เป็นการเคลือบคลุม
ย่อคำพิพากษา
จำเลยฎีกาว่า จำเลยอุทธรณ์เรื่องโจทก์ที่ 2 มิได้มอบอำนาจให้โจทก์ที่ 1 ฟ้องคดีเพราะหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องปลอม แต่ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยให้ ข้อต่อสู้นี้ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ในชั้นชี้สองสถานและจำเลยมิได้โต้แย้งไว้ ถือได้ว่าเรื่องอำนาจฟ้องไม่เป็นประเด็นในคดีแล้ว จึงไม่จำต้องวินิจฉัย
ฟ้องโจทก์บรรยายถึงค่าเสียหายว่ารถยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหายปรากฏตามสำเนาบิลเงินสดค่าซ่อมท้ายฟ้องเป็นเงิน26,730 บาทเท่านั้น แต่บิลเงินสดดังกล่าวแสดงรายการค่าซ่อม และเปลี่ยนอะไหล่รวมทั้งราคาแต่ละรายการไว้ชัดแจ้งเพียงพอที่จำเลยจะเข้าใจได้ดีแล้ว จึงไม่เคลือบคลุม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1, ที่ 2 เป็นสามีภริยากันโดยมิได้จดทะเบียนสมรสโจทก์ที่ 2 มอบอำนาจให้โจทก์ที่ 1 ฟ้องคดีโจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของรถยนต์เลขทะเบียน 9ข-9552 กรุงเทพมหานคร จำเลยเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองดูแลรถยนต์เลขทะเบียน 1ข-0044 กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2521 เวลาประมาณ 21.45 นาฬิกา จำเลยได้รับรถยนต์ของจำเลยแล่นมาตามถนนตะนาวจากบริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อเสือมุ่งหน้าไปทางสี่แยกคอกวัวด้วยความเร็วสูงกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังครั้นถึงบริเวณปากตรอกตึกดิน รถยนต์ของจำเลยได้ชนรถยนต์ของโจทก์ซึ่งจอดอยู่ริมถนน เป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหายปรากฏตามสำเนาบิลเงินสดค่าซ่อมท้ายฟ้องเป็นเงิน 26,730 บาท รถเสื่อมราคา 10,000 บาท เสียค่าซ่อม 45 วัน โจทก์ทั้งสองต้องจ้างรถแท็กซี่ติดต่อธุรกิจวันละ 150 บาท เป็นเงิน 6,750 บาท รวมค่าเสียหาย 43,480 บาท ดอกเบี้ยนับแต่วันละเมิดถึงวันฟ้องอีก 1,087 บาท โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยไม่ชำระ ขอให้ศาลบังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายและดอกเบี้ยจำนวนดังกล่าวและดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 43,480 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ
จำเลยให้การว่า โจทก์ที่ 2 ไม่ได้มอบอำนาจให้โจทก์ที่ 1 ฟ้องคดีนี้ หนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องปลอม จำเลยขับรถยนต์โจทก์จริงแต่มิได้เสียหายมากมายดังฟ้อง หากเสียหายค่าซ่อมก็ไม่เกิน 9,000 บาท และรถไม่เสื่อมราคาใช้เวลาซ่อมไม่เกิน 10 วัน ค่าเช่ารถแท็กซี่ไม่เกิน 100 บาทต่อวัน ค่าเสียหายอย่างมากไม่เกิน 10,000 บาท นอกจากนั้นจำเลยให้การว่าคำฟ้องไม่ระบุให้ชัดเจนว่าเสียหายอย่างไร เท่าไรจึงเคลือบคลุม
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ 22,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2521 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยอุทธรณ์เรื่องโจทก์ที่ 2 มิได้มอบอำนาจให้โจทก์ที่ 1 ฟ้องคดีเพราะหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องปลอม แต่ศาลอุทธรณ์ไม่รับเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า เหตุที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวก็เพราะศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดปัญหานั้นให้เป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ และจำเลยมิได้โต้แย้งกรณีจึงถือได้ว่าเรื่องอำนาจฟ้องดังกล่าวไม่เป็นประเด็นในคดีแล้ว และโจทก์ไม่จำต้องสืบพยานในเรื่องนี้ ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์จำเลยดังกล่าวชอบแล้ว
ที่จำเลยฎีกาว่าคำฟ้องเคลือบคลุมเพราะมิได้ระบุว่ารถยนต์ของโจทก์เปลี่ยนอะไหล่ชิ้นใด ราคาเท่าใด และซ่อมแซมส่วนไหนราคาเท่าใด เห็นว่า โจทก์ได้เสนอบิลเงินสดค่าซ่อมรถยนต์ของโจทก์มาท้ายฟ้อง บิลเงินสดดังกล่าวแสดงรายการค่าซ่อมและเปลี่ยนอะไหล่รวมทั้งราคาแต่ละรายการไว้ชัดแจ้งเพียงพอที่จำเลยจะเข้าใจได้ดีแล้ว คำฟ้องของโจทก์เรื่องค่าเสียหายไม่เคลือบคลุม
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1993/2524
นายทรงลันต์ พัวพันธ์ทอง กับพวก โจทก์
นายปราโมทย์ นิมิตรพงษ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายทรงลันต์ พัวพันธ์ทอง กับพวก · จำเลย - นายปราโมทย์ นิมิตรพงษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประสม ศรีเจริญ · เพียร ศรีอรุณ · กิติ บูรพรรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา