คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2156/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายจ้างต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรเพื่อยังมิให้เกิดความเสียหาย หรือได้ใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นแล้วแต่ผู้นั้นยังกระทำความผิด
หากผู้เสียหายมีส่วนประมาทด้วย ศาลจะกำหนดให้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายโดยคำนึงถึงส่วนประมาทของผู้เสียหายด้วย
ย่อคำพิพากษา
จ. ลูกจ้างของจำเลยถูกศาลพิพากษาลงโทษฐานกระทำโดยประมาทให้บุตรโจทก์ตาย แต่การวินิจฉัยความรับผิดในทางแพ่งของนายจ้างซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ศาลวินิจฉัยโดยอาศัยตามหลักฐานทั้งหมดทั้งปวงเท่าที่ทั้งสองฝ่ายนำเข้าสืบ บุตรโจทก์ขี่รถจักรยานออกจากท้ายรถโดยสารที่จอดอยู่ล้ำเข้าไปในทางของรถจำเลยที่สวนมา เป็นการประมาทมากกว่า ศาลวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 223 ให้ค่าเสียหายเป็นพับแก่โจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าเสียหายฐานละเมิด 93,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจกท์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงเชื่อได้ตามข้อนำสืบจำเลยว่า บุตรโจทก์ขับขี่รถจักรยานสองล้อออกจากท้ายรถโดยสารสองแถวล้ำเข้าไปในทางตัดหน้ารถนายเจือที่กำลังขับสวนผ่านรถโดยสารสองแถวขณะจอด โดยกระชั้นชิด กะทันหันของบุตรโจทก์เอง ก็มีส่วนประมาทที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นอย่างมาก หากเทียบกันแล้ว เห็นว่ามีส่วนประมาทมากหรือยิ่งกว่าฝ่ายลูกจ้างของจำเลยเสียอีก ที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลไม่ควรรับฟังคำเบิกความของนายเจือเป็นหลักในการวินิจฉัยว่านายเจือไม่ประมาทนั้น เห็นว่าแม้นายเจือจะถูกศาลทหารกรุงเทพ(ศาลอาญา) พิพากษาลงโทษว่ากระทำผิดโดยประมาทดังโจทก์อ้างก็ตาม แต่การวินิจฉัยเกี่ยวกับความรับผิดในทางแพ่งของบุคคลภายนอกซึ่งได้แก่จำเลยคดีนี้ศาลวินิจฉัยโดยอาศัยตามหลักฐานทั้งหมดทั้งปวงเท่าที่ต้องฝ่ายนำเข้าสืบ มิได้ฟังแต่ลำพังคำของนายเจือพยานจำเลยมาเป็นหลักการวินิจฉัยดังโจทก์อ้าง ที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกเอาพฤติการณ์แห่งการกระทำละเมิดของทั้งสองฝ่ายขึ้นวินิจฉัยว่าบุตรโจทก์ประมาทมากกว่าและให้ค่าสินไหมทดแทนที่โจทก์ขอมาเป็นพับแก่โจทก์ อันเป็นการวินิจฉัยถึงความรับผิดในการกระทำละเมิดของทั้งสองฝ่ายว่าความเสียหายใดเกิดขึ้นเพราะฝ่ายไหนเป็นผู้ก่อยิ่งหย่อนกว่ากัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 223 แล้วพิพากษากลับนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2156/2524
พันโทชวลิต มนูนิมิตร โจทก์
บริษัท ส.โรงงานยางประเสริฐการช่าง จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พันโทชวลิต มนูนิมิตร · จำเลย - บริษัท ส.โรงงานยางประเสริฐการช่าง จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน · ศักดิ์ สนองชาติ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา