⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2261/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2261/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้ที่ดินซึ่งมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์จะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วเท่านั้น หากเจ้าของที่ดินถึงแก่ความตายก่อนการจดทะเบียน การให้ย่อมไม่สมบูรณ์และที่ดินนั้นยังคงเป็นมรดกของผู้ให้

ย่อคำพิพากษา

การที่เจ้าของที่ดินได้มายื่นเรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมต่อทางอำเภอยกที่ดินซึ่งมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้จำเลย ก็ย่อมแสดงให้เห็นว่าเจ้าของที่ดินประสงค์จะยกที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยโดยการทำนิติกรรมและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หาใช่เป็นกรณีเจตนาสละการครอบครองไม่ จึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 525 และประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ.2497 มาตรา 4ทวิ เมื่อการให้ยังไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เนื่องจากเจ้าของที่ดินถึงแก่กรรมเสียก่อนนิติกรรมการให้ก็ย่อมไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายที่ดินดังกล่าวจึงยังเป็นมรดกของเจ้าของที่ดินอยู่ โจทก์จึงมีสิทธิขอแบ่งได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.525 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1599 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1600

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นทายาทของผู้ตายมีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตายด้วย โจทก์ขอแบ่งจากจำเลยซึ่งเป็นคู่สมรสของผู้ตาย จำเลยไม่ยอมแบ่ง จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยให้การว่าทรัพย์อันดับ 4-7 ผู้ตายได้ทำหนังสือจดทะเบียนยกให้แก่จำเลยก่อนตายแล้ว ส่วนทรัพย์อันดับ 1 ถึง 3 ผู้ตายก็ได้ทำหนังสือยกให้แก่จำเลยแล้วเช่นกันโจทก์จึงไม่มีสิทธิขอแบ่ง ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น นายทันและนายวันขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องอันดับ 1 - 3 ให้แก่โจทก์และโจทก์ร่วมกึ่งหนึ่ง หากจำเลยไม่ยอมไปจดทะเบียนก็ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย หากการโอนที่ดินตกลงกันไม่ได้ก็ให้ประมูลระหว่างคู่ความ หรือมิฉะนั้นก็ให้ขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งกันตามส่วน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วมเฉพาะที่เกี่ยวกับที่พิพาทตามบัญชีทรัพย์อันดับ 1 - 3 ด้วย โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามมาตรา 525 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติว่า "การให้ทรัพย์สินซึ่งถ้าจะซื้อขายกันจะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่นั้น ท่านว่าย่อมสมบูรณ์ต่อเมื่อได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่" และตามมาตรา 4 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497ก็บัญญัติว่า "นับตั้งแต่วันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินซึ่งมีโฉนดหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ต้องทำเป็นหนังสือ และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่" เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าที่พิพาทอันดับ1 - 3 เป็นที่ดินซึ่งมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์และการที่นางจันทร์เจ้าของที่ดินได้มายื่นเรื่องราวจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมต่อทางอำเภอ ก็แสดงว่านางจันทร์ประสงค์จะยกให้แก่จำเลยโดยการทำนิติกรรมและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หาใช่เป็นการแสดงเจตนาสละการครอบครองไม่ จึงต้องบังคับตามกฎหมายดังกล่าวฉะนั้น เมื่อการให้รายนี้ยังไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ นิติกรรมการให้ก็ย่อมไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายดังกล่าว ที่พิพาทอันดับ 1 - 3 จึงยังเป็นมรดกของนางจันทร์อยู่ โจทก์และโจทก์ร่วมจึงมีสิทธิขอแบ่งได้ พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับที่พิพาทอันดับ 1 - 3 ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2261/2524 นายพันธ์ สาสังข์ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นายทัน สาสังข์ กับพวก โจทก์ นายคำ นครไชย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพันธ์ สาสังข์ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นายทัน สาสังข์ กับพวก · จำเลย - นายคำ นครไชย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ สังขนันท์ · ทวี กสิยพงศ์ · ธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2114/2524ฎีกา 2241/2521ฎีกา 621/2519ฎีกา 3208/2538ฎีกา 1415/2540ฎีกา 453/2521ฎีกา 2947/2560ฎีกา 5219/2531ฎีกา 1368/2510ฎีกา 3760/2533ฎีกา 2026/2494ฎีกา 7706/2548ฎีกา 370/2506ฎีกา 978/2510ฎีกา 1390/2506ฎีกา 319/2530ฎีกา 488/2472ฎีกา 953/2505ฎีกา 1657/2503ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1028/2564ฎีกา 5832/2541ฎีกา 876/2492ฎีกา 506/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา