⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2500/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2500/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ครอบครองแสดงเจตนาโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายว่าไม่ยอมรับสิทธิของผู้ให้เช่า และถือเอาทรัพย์สินนั้นเพื่อตนเอง ถือเป็นการแย่งการครอบครอง และผู้ให้เช่าต้องฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ถูกแย่งการครอบครอง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์อยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของผู้เช่าที่ดินของจำเลย แต่เมื่อจำเลยขอรังวัดที่ดิน โจทก์ขัดขวางการรังวัดของเจ้าหน้าที่ และคัดค้านถึง 2 คราวว่าที่พิพาทเป็นของตน พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่า โจทก์เปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือที่พิพาทจากการเป็นผู้อาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าของผู้เช่ามาเป็นยึดถือเพื่อตนและแจ้งให้จำเลยทราบแล้ว อันเป็นการแย่งการครอบครองที่พิพาท เมื่อจำเลยมิได้ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายใน 1 ปี สิทธิฟ้องร้องของจำเลยย่อมหมดไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และพิพากษาฟ้องแย้งว่า ที่พิพาทภายในเส้นสีเขียวตามแผนที่พิพาทเป็นของจำเลยทั้งสี่ ให้ขับไล่โจทก์ทั้งสองพร้อมบริวารออกจากที่พิพาท ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ เป็นว่าโจทก์ทั้งสองมีสิทธิครอบครองที่พิพาท ห้ามจำเลยทั้งสี่และบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสี่ จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงเชื่อว่าที่พิพาทเป็นที่ดินที่นายเพ็ชรและนายเสงี่ยมเช่าจากนายลำยวง โจทก์เข้าอยู่ในที่พิพาทภายหลังวันที่ 26 กรกฎาคม 2516 โดยอาศัยสิทธิของนายเพ็ชรและนายเสงี่ยม ปัญหาข้อต่อไปมีว่า จำเลยถูกแย่งการครอบครองที่พิพาทและมิได้ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายในหนึ่งปีหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้เดิมโจทก์จะเข้าอยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของนายเพ็ชรและนายเสงี่ยม แต่เมื่อจำเลยยื่นคำร้องต่อเจ้าหน้าที่อำเภอสามชุก ในวันที่ 14 มิถุนายน 2519 แจ้งความประสงค์จะได้สิทธิในที่ดิน โจทก์ที่ 1ได้ขัดขวางการรังวัดของเจ้าหน้าที่และคัดค้านต่ออำเภอว่า ที่พิพาทเป็นของตน และต่อมาเมื่อจำเลยนำเจ้าพนักงานไปรังวัดที่ดินทับที่พิพาทในปี พ.ศ. 2521 โจทก์ก็ขัดขวางการรังวัดและคัดค้านโดยอ้างเหตุผลเช่นเดิมอีก พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าโจทก์เปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือที่พิพาทจากการเป็นผู้อาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าของนายเพ็ชรและนายเสงี่ยมมาเป็นยึดถือเพื่อตนและแจ้งให้จำเลยทราบแล้ว อันเป็นการแย่งการครอบครองที่พิพาท เมื่อจำเลยมิได้ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายในหนึ่งปี นับแต่เดือนมิถุนายน 2519 สิทธิฟ้องร้องของจำเลยย่อมหมดไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2500/2524 นายเถาว์ กลิ่นมณฑา กับพวก โจทก์ นายพยุง ซ่องสกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเถาว์ กลิ่นมณฑา กับพวก · จำเลย - นายพยุง ซ่องสกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อาจ ปัญญาดิลก · จังหวัด แสงแข · ไพศาล สว่างเนตร
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 472/2526ฎีกา 945/2537ฎีกา 3421/2538ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1686/2520ฎีกา 1524/2482ฎีกา 8267/2538ฎีกา 5697/2553ฎีกา 3208/2540ฎีกา 1664-1665/2514ฎีกา 1365/2508ฎีกา 327/2493ฎีกา 7546/2542ฎีกา 1307/2509ฎีกา 2551/2535ฎีกา 546/2532ฎีกา 5007/2540ฎีกา 1112/2494ฎีกา 4427/2531ฎีกา 2792/2535ฎีกา 950-953/2527ฎีกา 4025/2524ฎีกา 544/2509ฎีกา 1244/2499
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา