⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2542/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2542/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การลงชื่อในสัญญาค้ำประกันโดยมีข้อตกลงว่าให้ค้ำประกันเพียงจำนวนหนึ่ง และแบบฟอร์มยังไม่ได้กรอกข้อความครบถ้วน อาจมีผลทำให้สัญญาค้ำประกันไม่สมบูรณ์ตามที่ตกลงกันไว้ 2. ศาลสามารถยกประเด็นเรื่องตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์ขึ้นวินิจฉัยเองได้ แม้คู่ความมิได้ยกขึ้นกล่าวอ้างในศาลชั้นต้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 เบิกความว่า จำเลยที่ 1 ขอให้ช่วยลงชื่อค้ำประกันให้ โดยค้ำประกันเพียง 10,000 บาท แบบฟอร์มนั้นยังไม่ได้กรอกข้อความ จำเลยที่ 2 ได้ลงชื่อในสัญญาค้ำประกันให้ไปด้วยความเกรงใจ เพราะจำเลยที่ 1 บอกว่าไม่ต้องกลัวมีเรื่อง คำเบิกความดังกล่าวยังมีข้อต่อสู้ซึ่งศาลจะต้องวินิจฉัยตามประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยที่ 2 ค้ำประกันเงินกู้จำเลยที่ 1 จำนวน 30,000 บาท ตามฟ้องหรือไม่ หาใช่เบิกความยอมรับแล้วไม่ ตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์เป็นเรื่อง ประมวลรัษฎากร มาตรา 118 บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ศาลอุทธรณ์ยกขึ้นวินิจฉัยเองได้แม้มิได้มีการยกขึ้นว่ากันมาแต่ในศาลชั้นต้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 เบิกความยอมรับแล้วว่า ค้ำประกันเงินกู้จำเลยที่ 1 จริง ศาลฎีกาตรวจดูแล้วจำเลยที่ 2 เบิกความว่า "จำเลยที่ 1 เรียกข้าฯ ไปที่โต๊ะเขาและบอกว่าช่วยลงชื่อค้ำประกันให้ โดยค้ำประกันเพียง 10,000 บาท แบบฟอร์มนั้นยังไม่ได้กรอกข้อความเลย คนของโจทก์ได้ขอภาพถ่ายบัตรประจำตัวของข้าฯ ไปด้วย ข้าฯ ได้ลงชื่อในสัญญาค้ำประกันให้ไปด้วยความเกรงใจจำเลยที่ 1 เพราะจำเลยที่ 1 บอกว่าไม่ต้องกลัวมีเรื่อง" เห็นว่าคำเบิกความดังกล่าว ยังมีข้อต่อสู้ซึ่งศาลจะต้องวินิจฉัยตามประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยที่ 2 ค้ำประกันเงินกู้จำเลยที่ 1 จำนวน 30,000 บาท ตามฟ้องหรือไม่ แต่เมื่อปรากฏว่า หนังสือสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.4 มิได้ปิดอากรแสตมป์ตามที่กฎหมายกำหนด จะใช้เอกสารดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ทั้งนี้ตามบทบัญญัติมาตรา 118 แห่งประมวลรัษฎากร โจทก์จึงขาดหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันมาแสดง ต้องห้ามมิให้ฟ้องร้องบังคับคดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 วรรคสอง ข้อที่โจทก์ฎีกาว่าเอกสารหมาย จ.4 มิได้ปิดอากรแสตมป์ ไม่ได้มีการยกขึ้นว่ากันมาในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยนั้น เห็นว่า ตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์เป็นเรื่องที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะ ศาลยกขึ้นได้เอง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 โดยข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2542/2524 บ.จ.ก. กองทุนสินเพิ่มพูนฯ โจทก์ นายสนั่น สั้นศรี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บ.จ.ก. กองทุนสินเพิ่มพูนฯ · จำเลย - นายสนั่น สั้นศรี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัมพล สุวรรณภักดี · ชุบ วีระเวคิน · สมบูรณ์ บุญภินนท์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7919/2553ฎีกา 367/2568ฎีกา 1800/2511ฎีกา 2328/2533ฎีกา 3219/2534ฎีกา 3136/2524ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 1808/2512ฎีกา 311/2538ฎีกา 591/2513ฎีกา 156/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 1028/2564ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 9571/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา