คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 267/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตกลงให้เอาทรัพย์สินชำระหนี้แทนเงินกู้ยืมโดยมิได้คำนึงถึงราคาทรัพย์สินในเวลาและสถานที่ส่งมอบ เป็นโมฆะ เจ้าหนี้มีสิทธิเพียงขอให้บังคับชำระหนี้ตามสิทธิของเจ้าหนี้ทั่วไป
เจ้าหนี้ของผู้ตายไม่มีสิทธิร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดก เว้นแต่จะเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดกหรือพินัยกรรม
ย่อคำพิพากษา
ผู้ตายกู้ยืมเงินผู้ร้องไปโดยทำสัญญากับผู้ร้องว่าถ้าชำระหนี้ไม่ได้จะโอนที่ดินทั้งหมดให้แก่ผู้ร้องเป็นการชำระหนี้แทน เป็นการตกลงกันให้เอาทรัพย์สินชำระหนี้แทนเงินกู้ยืม โดยมิได้คำนึงถึงราคาทรัพย์สินในเวลาและสถานที่ส่งมอบ ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 656 วรรคสอง ตกเป็นโมฆะตามวรรคสาม ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิบังคับให้มีการโอนที่ดินมรดกเป็นการชำระหนี้แก่ผู้ร้องโดยเจาะจง คงมีแต่สิทธิขอให้บังคับชำระหนี้อันเป็นสิทธิของเจ้าหนี้โดยทั่วไป
ผู้มีสิทธิร้องขอต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกนั้นถ้ามิใช่ทายาทหรือพนักงานอัยการก็จะต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งหมายความว่าบุคคลผู้นั้นเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทางมรดกหรือในทางพินัยกรรม หรือเกี่ยวกับทรัพย์สินในกองมรดก ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้มิใช่เป็นผู้ที่จะได้ประโยชน์ถ้าหากกองมรดกมีผู้จัดการมรดก หรือเสียประโยชน์ถ้าหากกองมรดกไม่มีผู้จัดการมรดก คดีนี้ผู้ตายยังมีทายาทอยู่ ถึงแม้ไม่มีผู้จัดการมรดก ผู้ร้องก็สามารถฟ้องร้องบังคับชำระหนี้ได้ ผู้ร้องจึงไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียซึ่งมีสิทธิร้องขอต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกของผู้ตาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ก่อน อ. ผู้ตายถึงแก่กรรม ได้เป็นหนี้ผู้ร้องเป็นเงิน32,000 บาท และตกลงว่าถ้าไม่ชำระหนี้จะยกทรัพย์ทั้งหมดให้ผู้ร้องเป็นการตีใช้หนี้ แต่ยังไม่ทันได้ปฏิบัติตามข้อตกลงก็มาถึงแก่กรรมเสียก่อนโดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ ผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของ อ.จึงขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก
ศาลชั้นต้นประกาศนัดไต่สวนแล้ว ไม่มีผู้ใดเข้ามาเกี่ยวข้องในคดีวินิจฉัยว่าผู้ร้องไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 ให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้ตายทำสัญญากับผู้ร้องว่าถ้าชำระหนี้ไม่ได้จะโอนที่ดินทั้งหมดให้แก่ผู้ร้องเป็นการชำระหนี้แทนนั้น เป็นการตกลงกันให้เอาทรัพย์สินชำระหนี้แทนเงินที่กู้ยืมโดยมิได้คำนึงถึงราคาทรัพย์สินในเวลาและสถานที่ส่งมอบ ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 656 วรรคสอง ตกเป็นโมฆะตามวรรคสามผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอให้บังคับชำระหนี้แก่ผู้ร้องโดยเจาะจง คงมีแต่สิทธิขอให้บังคับชำระหนี้อันเป็นสิทธิของเจ้าหนี้โดยทั่วไป
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 ผู้มีสิทธิร้องขอต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกนั้น ถ้าหากมิใช่ทายาทหรือพนักงานอัยการก็จะต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งหมายความว่าบุคคลผู้นั้นเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทางมรดกหรือในทางพินัยกรรมหรือเกี่ยวกับทรัพย์สินในกองมรดกผู้ร้องในฐานะที่เป็นเจ้าหนี้มิใช่เป็นผู้ที่จะได้ประโยชน์ถ้าหากกองมรดกมีผู้จัดการมรดกหรือเสียประโยชน์ถ้าหากกองมรดกไม่มีผู้จัดการมรดกคดีนี้ผู้ตายยังมีทายาทอยู่ ถึงแม้ไม่มีผู้จัดการมรดก ผู้ร้องก็สามารถฟ้องร้องบังคับชำระหนี้ได้ ผู้ร้องจึงหาใช่ผู้มีส่วนได้เสียซึ่งมีสิทธิร้องขอต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกของผู้ตาย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 267/2524
นายบุญกอง ยางศรี ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นายบุญกอง ยางศรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศักดิ์ สนองชาติ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา