⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2978/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2978/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ภาระการพิสูจน์ในคดีร้องขัดทรัพย์ตกแก่ผู้ร้องขัดทรัพย์ที่จะต้องพิสูจน์ว่าทรัพย์ที่ถูกยึดเป็นของตน.

ย่อคำพิพากษา

การร้องขัดทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา288 ผู้ร้องขัดทรัพย์มีฐานะเสมือนเป็นโจทก์ ส่วนโจทก์มีฐานะเสมือนเป็นจำเลย เมื่อผู้ร้องขัดทรัพย์กล่าวอ้างว่าทรัพย์ที่ยึดทั้งหมดเป็นของตน แต่โจทก์ให้การยืนยันว่าเป็นของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา เมื่อไม่มีข้อสันนิษฐานของกฎหมายอันเป็นคุณแก่ผู้ร้องขัดทรัพย์แล้วภาระการพิสูจน์ย่อมตกแก่ผู้ร้องขัดทรัพย์ที่จะต้องนำสืบให้สมข้อกล่าวอ้างนั้น เมื่อทั้งสองฝ่ายไม่สืบพยานผู้ร้องขัดทรัพย์จึงไม่อาจชนะคดีโจทก์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากจำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์รวม 9 รายการ ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดนั้นเป็นของผู้ร้องและภรรยา ขอให้ปล่อยทรัพย์สินดังกล่าว โจทก์ให้การว่า ทรัพย์ที่ยึดเป็นของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นกำหนดหน้าที่ให้ผู้ร้องนำสืบก่อน ถึงวันนัดสืบพยานผู้ร้องผู้ร้องและโจทก์ต่างแถลงไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าทรัพย์ที่ยึดเป็นของจำเลย จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้องเสีย ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำร้องของผู้ร้องที่ขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยทรัพย์สินที่ถูกยึดไว้ เป็นการยื่นคำร้องขอเข้ามาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 ซึ่งตามบทบัญญัติในวรรคสองของบทมาตราดังกล่าว ก็ได้บัญญัติให้ศาลที่ได้รับคำร้องขอดำเนินกระบวนพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีนั้นเสมือนอย่างคดีธรรมดาผู้ร้องจึงมีฐานะเสมือนเป็นโจทก์ ส่วนโจทก์จึงมีฐานะเสมือนเป็นจำเลยดังนั้น เมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างใด ๆเพื่อสนับสนุนคำฟ้องหรือคำให้การของตน ให้หน้าที่นำสืบข้อเท็จจริงนั้นตามความที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 84 วรรคแรก ตามคำร้องของผู้ร้องกล่าวอ้างว่าทรัพย์ที่ยึดทั้งหมดเป็นของผู้ร้อง แต่โจทก์ก็ให้การยืนยันว่าเป็นของจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา เป็นการปฏิเสธข้อกล่าวอ้างของผู้ร้องโดยสิ้นเชิง เมื่อไม่มีข้อสันนิษฐานใดเป็นคุณแก่ผู้ร้องแล้วภาระการพิสูจน์ย่อมตกแก่ผู้ร้องที่จะต้องนำสืบให้สมตามข้อกล่าวอ้าง เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ติดใจสืบพยานผู้ร้องจึงไม่อาจชนะคดีโจทก์ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2978/2524 ห้างหุ้นส่วนจำกัดวีระยนต์ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดสหกิจไพบูลย์อิมปอร์ท กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดวีระยนต์ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดสหกิจไพบูลย์อิมปอร์ท กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน · ศักดิ์ สนองชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 7677/2557ฎีกา 1247/2510ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 4041/2542ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 1492/2510ฎีกา 70/2518ฎีกา 541/2509ฎีกา 4282/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 848/2534ฎีกา 1902/2494ฎีกา 635/2511ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 408/2524ฎีกา 6528/2537ฎีกา 1445/2482
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา