⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3189/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3189/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ที่ดินที่ถูกน้ำท่วมถึงแต่เจ้าของยังคงใช้สิทธิแห่งความเป็นเจ้าของและมิได้ทอดทิ้งให้บุคคลอื่นใช้ประโยชน์ ถือว่าที่ดินนั้นยังเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคลของเจ้าของกรรมสิทธิ์ ไม่ใช่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน

ย่อคำพิพากษา

ที่พิพาทเป็นที่ดินซึ่งน้ำในแม่น้ำท่วมถึง แต่ไม่มีผู้อื่น มาใช้ที่พิพาทเลยนอกจากมีบิดามารดาจำเลยและจำเลยปลูกบ้านอยู่ในที่พิพาทเท่านั้น โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่พิพาทยังใช้สิทธิแห่งความเป็นเจ้าของที่ดินในเขตของตนอยู่ โดยมิได้ทอดทิ้งปล่อยให้บุคคลอื่นมาใช้ที่พิพาทเป็นที่ชายตลิ่ง เพียงแต่จำเลยต่อเติมบ้านของตนเท่านั้น โจทก์ก็ยังห้ามปรามไม่ให้กระทำดังนี้ ยังถือไม่ได้ว่าที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๐๔๑๖ จังหวัดนนทบุรี เมื่อประมาณ ๒๐ ปี ก่อนฟ้องมารดาจำเลยขออาศัยปลูกบ้านอยู่ เมื่อมารดาจำเลยตายโจทก์ยอมให้จำเลยอาศัยอยู่ในที่ดินต่อมาจนถึงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๑๙ จำเลยรื้อบ้านเก่าแล้วปลูกใหม่ใหญ่ขึ้น โจทก์ห้ามจำเลยไม่เชื่อ โจทก์จึงไม่ให้จำเลยอาศัยอยู่ต่อไปขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินโจทก์ และใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันที่โจทก์บอกกล่าวให้รื้อถอน จำเลยให้การว่า บิดามารดาจำเลยครอบครองที่พิพาทมาโดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมากว่า ๓๐ ปีจึงได้กรรมสิทธิ์มารดาจำเลยยกที่พิพาทและบ้านให้จำเลย ที่ดินตามโฉนดซึ่งโจทก์ว่าเป็นของโจทก์อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาถูกน้ำเซาะพังไปหมด มีสภาพเป็นที่ชายตลิ่งน้ำท่วมถึงตลอดปี เป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันและเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ และใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ ๕๐ บาท นับแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นต้นไปจนกว่าจะออกไปจากที่พิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายนับแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๒๐ ถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๔ เดือนแล้วคำนวณนับแต่วันถัดจากวันฟ้องต่อไป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า ที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔(๒) หรือไม่ เห็นว่าตามบทบัญญัติมาตรานี้มุ่งหมายถึงทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน อาทิ ที่ชายตลิ่ง ทางน้ำทางหลวง ทะเลสาบ แม้ได้ความว่าที่พิพาทถูกน้ำในลำแม่น้ำเจ้าพระยาท่วมถึงเนื่องจากมีปริมาณน้ำมากขึ้น เพราะทางราชการระบายน้ำจากเขื่อนต่าง ๆ ลงมาช่วยดันน้ำทะเลเพื่อลดความเค็มของน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณจังหวัดนนทบุรี ก็ไม่ปรากฏว่ามีผู้อื่นร่วมกันใช้ที่พิพาททำอะไรเลย นอกจากมีบิดามารดาจำเลยและจำเลยปลูกบ้านอยู่ในที่พิพาทเท่านั้น อีกทั้งโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทยังใช้สิทธิแห่งความเป็นเจ้าของที่ดินในเขตของตนอยู่โดยมิได้ทอดทิ้งปล่อยให้บุคคลอื่น ๆ มาใช้ที่พิพาทเป็นที่ชายตลิ่ง เพียงแต่จำเลยต่อเติมบ้านของตนเท่านั้น โจทก์ก็ยังห้ามปรามไม่ให้กระทำ จึงยังถือไม่ได้ว่าที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามบทบัญญัติมาตรา ๑๓๐๔(๒) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3189/2524 นางน้อมจิต สถิตานนท์ โจทก์ นางจินดา ไพรศรี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางน้อมจิต สถิตานนท์ · จำเลย - นางจินดา ไพรศรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพียร ศรีอรุณ · ประสม ศรีเจริญ · กิติ บูรพรรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายสมชาย อุดมวงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายแถม กุลนานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 1405/2515ฎีกา 1331/2479ฎีกา 1532/2509ฎีกา 609/2522ฎีกา 3048/2537ฎีกา 948/2501ฎีกา 2775/2541ฎีกา 659/2529ฎีกา 2128/2542ฎีกา 3752/2529ฎีกา 1036/2506ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1259/2496ฎีกา 337/2535ฎีกา 6620/2550ฎีกา 713/2512ฎีกา 1775-1776/2506ฎีกา 2904/2530ฎีกา 3473/2525ฎีกา 3803/2538ฎีกา 2978/2553ฎีกา 5832/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา