⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3963/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3963/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ครอบครองปรปักษ์แสดงเจตนาต่อผู้ครอบครองเดิมว่าจะยึดถือทรัพย์สินนั้นไว้เพื่อตนเอง ถือเป็นการแย่งการครอบครอง ผู้ครอบครองเดิมต้องฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ถูกแย่งการครอบครอง

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยคัดค้านว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย ถือได้ว่าจำเลยบอกกล่าวแสดงเจตนาไปยังโจทก์ที่จะไม่ยึดถือที่พิพาทแทนโจทก์ต่อไปอันเป็นการแย่งการครอบครองของโจทก์ โจทก์ต้องฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองเสียภายในหนึ่งปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 1,200 บาท แก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์มิได้ฟ้องเอาคืนการครอบครองภายในหนึ่งปี จึงหมดสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 จำเลยที่ 1 ค้างชำระค่าเช่าเฉพาะปี 2518 พิพากษาแก้เป็นให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าที่พิพาทประจำปี 2518 จำนวน 600 บาทแก่โจทก์โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงเป็นอันยุติฟังได้ว่าที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่า และเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารหมาย จ.1 เป็นของโจทก์ ให้จำเลยที่ 1 เช่าทำไร่และปลูกบ้านตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.3 แต่เมื่อโจทก์มีกรณีพิพาทกับนายสีหรือสมศรี ทิพย์วงษา เกี่ยวกับที่ดินอีกส่วนหนึ่งของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารหมาย จ.1 ในสำนวนคดีแพ่งของศาลจังหวัดปราจีนบุรี หมายเลขดำที่ 3/2519 หมายเลขแดงที่ 37/2520 ซึ่งได้มีการทำแผนที่พิพาทในคดีดังกล่าวและได้มีการรังวัดรวมถึงที่พิพาทในคดีนี้ด้วย จำเลยที่ 2 คัดค้านว่าที่พิพาทภายในเส้นหมายสีเขียวเนื้อที่ 45 ไร่ 3 งาน 3 ตารางวา เป็นที่ดินของจำเลยที่ 2 การคัดค้านของจำเลยที่ 2 ถือได้ว่าเป็นการบอกกล่าวแสดงเจตนาไปยังโจทก์ที่จะไม่ยึดถือที่พิพาทแทนโจทก์อีกต่อไป โดยจะยึดถือเพื่อตนเองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 อันเป็นการแย่งการครอบครองของโจทก์อยู่ในตัวการฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองของโจทก์จึงต้องฟ้องภายในหนึ่งปีตามมาตรา 1375 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์" ฯลฯ "พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองและบริวารรื้อถอนบ้านเรือนออกไปจากที่พิพาทอันเป็นที่ดินของโจทก์ให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าที่ค้างจำนวน 1,200 บาทแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์เป็นเงินปีละ 600 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อถอนบ้านเรือนออกไปจากที่ดินของโจทก์ให้จำเลยทั้งสองเสียค่าฤชาธรรมเนียมสามศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้รวม 1,800 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคดีเกี่ยวกับที่นามาฟ้องใหม่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยอายุความ" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3963/2524 นางสมบูรณ์ เชาว์เจริญ โจทก์ นายฉวี ระวังกิจ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสมบูรณ์ เชาว์เจริญ · จำเลย - นายฉวี ระวังกิจ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิติ บูรพรรณ์ · เพียร ศรีอรุณ · ประสม ศรีเจริญ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 472/2526ฎีกา 945/2537ฎีกา 3421/2538ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1686/2520ฎีกา 1524/2482ฎีกา 8267/2538ฎีกา 5697/2553ฎีกา 3208/2540ฎีกา 1664-1665/2514ฎีกา 1365/2508ฎีกา 327/2493ฎีกา 7546/2542ฎีกา 1307/2509ฎีกา 2551/2535ฎีกา 546/2532ฎีกา 5007/2540ฎีกา 1112/2494ฎีกา 4427/2531ฎีกา 2792/2535ฎีกา 950-953/2527ฎีกา 4025/2524ฎีกา 544/2509ฎีกา 1244/2499
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา