⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3996/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3996/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนัดหยุดงานโดยชอบด้วยกฎหมายของลูกจ้างย่อมทำให้ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างระหว่างการนัดหยุดงานนั้น

ย่อคำพิพากษา

การนัดหยุดงานเป็นมาตรการที่ลูกจ้างกระทำเพื่อบีบบังคับให้นายจ้างต้องยอมตามข้อเรียกร้องของฝ่ายลูกจ้าง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่กิจการของนายจ้าง นายจ้างไม่ได้รับประโยชน์จากแรงงานของลูกจ้าง การจ้างแรงงานเป็นสัญญาต่างตอบแทนโดยลูกจ้างมีหน้าที่ต้องทำงานให้แก่นายจ้างและนายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้าง การที่ลูกจ้างนัดหยุดงานย่อมจะต้องเล็งเห็นความเสียหายอันจะเกิดแก่นายจ้าง และลูกจ้างก็ต้องยอมรับผลแห่งการที่ไม่ได้ทำงานแก่นายจ้างด้วย ดังนั้น เมื่อทั้งลูกจ้างซึ่งนัดหยุดงานและนายจ้างก็ปิดงานเป็นการโต้ตอบกันโดยสมัครใจและถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานแล้วจึงเรียกร้องสิทธิอันจะพึงเกิดจากการจ้างแรงงานหาได้ไม่ ลูกจ้างจึงไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างระหว่างนัดหยุดงาน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.34

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งหกสิบแปดคนเป็นลูกจ้างประจำรายเดือนของจำเลย จำเลยกำหนดจ่ายค่าจ้างเดือนละ ๒ ครั้ง คือในวันที่ ๑๐ และวันที่ ๒๕ ของเดือน เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๒๔ จำเลยไม่จ่ายค่าจ้างให้โจทก์ทั้งหกสิบแปดคนรวมเป็นเงิน ๗๓,๙๓๐ บาท ขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างจำนวน ๗๓,๙๓๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีนับแต่วันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๒๔ จนกว่าจะชำระแก่โจทก์ทั้งหกสิบแปดเสร็จ จำเลยให้การว่า เมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๒๔ โจทก์ทั้งหกสิบแปดกับพวกได้นัดหยุดงานตั้งแต่วันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๒๔ ตั้งแต่เวลา ๑๔.๓๐ นาฬิกาเป็นต้นไปจนถึงวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๒๔ เวลา ๖.๐๐ นาฬิกา เพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายอันจะเกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินของจำเลยและอาศัยสิทธิตามกฎหมาย จำเลยจึงประกาศปิดงานงดจ้าง โดยไม่จ่ายค่าจ้างนับตั้งแต่วันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๒๔ เวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกาเป็นต้นไปและได้แจ้งให้ตัวแทนลูกจ้างและพนักงานประนอมข้อพิพาททราบล่วงหน้าเป็นเวลา ๒๔ ชั่วโมงแล้ว ต่อมาเมื่อสถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดี จำเลยจึงประกาศเปิดงานให้ลูกจ้างเข้าปฏิบัติงานตามปกติ ตั้งแต่วันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๒๔ เมื่อกำหนดการจ่ายเงินเดือนในวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๒๔ เป็นการจ่ายค่าจ้างสำหรับการทำงานช่วงเวลา ๑๖ สิงหาคม ถึงวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๒๔ ดังกล่าวแล้ว เป็นช่วงที่โจทก์ทั้งหกสิบแปดกับพวกมิได้ทำงานตามปกติเพราะมีการนัดหยุดงานและจำเลยได้ประกาศปิดงานถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย จำเลยจึงได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไม่จำต้องจ่ายค่าจ้างในระหว่างการนัดหยุดงานและปิดงานให้แก่โจทก์ทั้งหกสิบแปดโดยเฉพาะค่าจ้างของวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๒๔ ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ทั้งหกสิบแปดกับพวกเข้าทำงานตามปกตินั้น จำเลยได้จ่ายรวมไปถึงค่าจ้างงวดวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๒๔ แล้ว ขอให้ยกฟ้อง วันนัดพิจารณา จำเลยยื่นคำแถลงว่าโจทก์ตามบัญชีรายชื่อเอกสารท้ายคำแถลงจำนวน ๑๔ คน มิได้เป็นผู้ลงชื่อสนับสนุนข้อเรียกร้อง ค่าจ้างอัตราสุดท้ายของโจทก์ทั้งหกสิบแปดเป็นต้นไปตามเอกสารท้ายคำแถลงและจำเลยได้จ่ายค่าจ้างเฉพาะวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๒๔ ให้แก่โจทก์ทั้งหกสิบแปดไปแล้ว โดยจ่ายรวมกับค่าจ้างงวดวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๒๔ จำเลยส่งเอกสารรวม ๔ ชุด โจทก์รับข้อเท็จจริงตามคำแถลงความมีอยู่และความถูกต้องของเอกสาร โจทก์จำเลยแถลงไม่สืบพยาน ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า สัญญาจ้างแรงงานเป็นสัญญาต่างตอบแทนคู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง จะเรียกร้องให้อีกฝ่ายหนึ่งปฏิบัติตามข้อสัญญาก็ต่อเมื่อฝ่ายตนได้ปฏิบัติหรือพร้อมจะปฏิบัติตามข้อผูกพันนั้นแล้ว เมื่อโจทก์เป็นฝ่ายไม่ปฏิบัติตามสัญญาก่อนคือนัดหยุดงาน โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิจะเรียกร้องให้ฝ่ายจำเลยปฏิบัติตามสัญญาจ้าง คือจ่ายค่าจ้างพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์ทั้งหกสิบแปดอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า การนัดหยุดงานเป็นมาตรการที่ลูกจ้างกระทำเพื่อบีบบังคับให้นายจ้างต้องยอมตามข้อเรียกร้องของฝ่ายลูกจ้างและมาตรการดังกล่าวย่อมก่อให้เกิดความเสียหายแก่กิจการของนายจ้างที่ไม่สามารถดำเนินกิจการไปได้ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือนายจ้างไม่ได้รับประโยชน์จากแรงงานของลูกจ้าง การจ้างแรงงานเป็นสัญญาต่างตอบแทนโดยลูกจ้างมีหน้าที่ต้องทำงานให้แก่นายจ้าง และนายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้าง การที่โจทก์ทั้งหกสิบแปด ซึ่งเป็นลูกจ้างนัดหยุดงานก็ย่อมจะต้องเล็งเห็นความเสียหายอันเกิดแก่จำเลยซึ่งเป็นนายจ้าง และนัยดังกล่าว โจทก์ทั้งหกสิบแปดก็ต้องยอมรับผลแห่งการนัดหยุดงานหรือ การที่ไม่ได้ทำงานให้แก่จำเลยด้วย มิฉะนั้นจะกลายเป็นว่าโจทก์ทั้งหกสิบแปดมีสิทธินัดหยุดงานโดยที่จำเลยต้องเสียหายมิได้รับประโยชน์จากแรงงานของโจทก์ทั้งหกสิบแปด ซึ่งโจทก์ทั้งหกสิบแปดยังมีสิทธิได้รับค่าจ้างตามปกติอีก ถึงแม้โจทก์ทั้งหกสิบแปดคนเป็นลูกจ้างประจำรายเดือน แต่กรณีแตกต่างกับการลาหยุดงานโดยชอบของลูกจ้างซึ่งอาจจะเป็นเพราะป่วยซึ่งเป็นที่เห็นได้ว่าลูกจ้างมิได้มุ่งประสงค์จะไม่ทำงานหรือก่อความเสียหายให้แก่นายจ้าง หากมีความจำเป็นจึงจำต้องลา ลูกจ้างจึงย่อมจะคงได้รับค่าจ้างตามปกติ ดังนี้ เมื่อโจทก์ทั้งหกสิบแปดคนและจำเลยต่างนัดหยุดงานและปิดงานเป็นการโต้ตอบกันโดยสมัครใจและถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานแล้วก็จะเรียกร้องสิทธิอันจะพึงเกิดจากการจ้างแรงงานหาได้ไม่ และกรณีนี้โจทก์ทั้งหกสิบแปดคนจะเรียกร้องค่าจ้างระหว่างนัดหยุดงานจากจำเลยมิได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3996/2524 นายไฉน ทองบ่อ กับพวก โจทก์ บริษัทไอ ที ไอ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายไฉน ทองบ่อ กับพวก · จำเลย - บริษัทไอ ที ไอ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพศาล สว่างเนตร · ขจร หะวานนท์ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายสนิท นิติธรรมาศ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2923/2525ฎีกา 5459/2537ฎีกา 2467/2526ฎีกา 1561/2529ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6232/2534ฎีกา 1627/2505ฎีกา 2750/2519ฎีกา 7420/2537ฎีกา 3517/2531ฎีกา 13705/2556ฎีกา 1025/2538ฎีกา 4564/2543ฎีกา 8543/2544ฎีกา 1325/2506ฎีกา 279/2513ฎีกา 3711/2533ฎีกา 1376/2512ฎีกา 5255/2539ฎีกา 8534/2542ฎีกา 273/2525ฎีกา 3052/2528ฎีกา 8258/2538ฎีกา 3234/2516
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา