คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4026/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เมื่อคู่ความตกลงให้วินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทเพียงบางประการ และไม่ติดใจสืบพยานต่อไป ให้ถือว่าคู่ความได้สละข้อต่อสู้อื่นๆ ที่ไม่ได้ยกขึ้นวินิจฉัยแล้ว
2. งานอันมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายลิขสิทธิ์ต้องเป็นงานสร้างสรรค์ที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ ไม่ใช่เพียงรูปธรรมดาทั่วไปที่อาจเหมือนหรือคล้ายกันได้เป็นธรรมดา
ย่อคำพิพากษา
แม้ศาลชั้นต้นกำหนดให้โจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อน แต่เมื่อโจทก์จำเลยตกลงกันขอให้ศาลวินิจฉัยประเด็นข้อเดียวว่าภาพการ์ตูนที่จำเลยจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้เหมือนหรือคล้ายกับภาพการ์ตูนสนูปปี้ของโจทก์หรือไม่ หากเหมือนหรือคล้ายกันจะเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์หรือไม่ โดยโจทก์จำเลยไม่ติดใจสืบพยานต่อไป เช่นนี้ ต้องถือว่าจำเลยได้สละข้อต่อสู้อื่นๆ แล้ว โจทก์จึงไม่ต้องสืบพยานว่าสิทธิของโจทก์ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทยหรือไม่
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม ฯลฯ ลิขสิทธิในศิลปกรรมจะมีขึ้นได้ก็ต้องเป็นศิลปกรรมที่ทำขึ้นในแผนกศิลป เช่น รูปศิลป ดังนี้ รูปการ์ตูนสุนัขของโจทก์ซึ่งเป็นเพียงรูปคล้ายสุนัขธรรมดาทั่วๆ ไปที่ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ ซึ่งการขีดเขียนอาจเหมือนหรือคล้ายกันได้เป็นธรรมดา จึงไม่ใช่ลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมตามความหมายของพระราชบัญญัติดังกล่าว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายแห่งมลรัฐนิวยอร์คสหรัฐอเมริกาและเป็นผู้ค้นคิดสร้างสรรค์งานการ์ตูนโดยประดิษฐ์ภาพเขียนตัวละครเด่นตัวหนึ่งเป็นรูปสุนัขที่มีท่วงทีลีลาคล้ายคนเรียกกันว่า "สนูปปี้"จึงเป็นศิลปกรรมและวรรณกรรมที่จดทะเบียนลิขสิทธิ์ได้ตามกฎหมายไทยและในสหรัฐอเมริกา ซึ่งโจทก์ได้จดทะเบียนลิขสิทธิ์ไว้กับสำนักงานลิขสิทธิ์แห่งสหรัฐอเมริกา ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. งานการ์ตูนและตัวละครเอก"สนูปปี้" เป็นที่รู้จักแก่มหาชนทั่วโลก ต่อมาเมื่อระหว่างเดือนกรกฎาคม ๒๕๑๙ จำเลยได้ลอกเลียนภาพเขียน "สนูปปี้" ไปพิมพ์ประทับลงในสินค้าประเภทเสื้อผ้าอาภรณ์ แล้วนำออกจำหน่ายแก่มหาชนทั่วไป โดยอาศัยเกียรติคุณและชื่อเสียงในภาพเขียนดังกล่าวไปแสวงหาประโยชน์ทำให้โจทก์เสียหาย ทั้งจำเลยยังนำภาพเขียนของโจทก์แอบอ้างเป็นของจำเลยไปจดทะเบียนต่อกองทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ เป็นเหตุให้นายทะเบียนหลงเชื่อจึงรับจดทะเบียนให้จำเลย ปรากฏตามคำขอจดทะเบียนเลขที่ ๙๓๓๘๑ โจทก์แจ้งให้จำเลยเลิกใช้ภาพเขียนของโจทก์และขอให้ถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า แต่จำเลยเพิกเฉยขอให้ศาลพิพากษาบังคับ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา
จำเลยให้การว่า รูปการ์ตูน "สนูปปี้" ไม่ใช่ศิลปกรรม จำเลยเป็นผู้ประดิษฐ์เครื่องหมายการค้าขึ้นเอง โจทก์ไม่มีสิทธิห้ามจำเลยหรือขอให้เพิกถอนคำขอจดทะเบียนของจำเลย โจทก์ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ขอให้ยกฟ้อง
ในวันสืบพยานโจทก์ โจทก์จำเลยตกลงกันขอให้ศาลวินิจฉัยว่าภาพการ์ตูนที่จำเลยจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ เหมือนหรือคล้ายกับภาพการ์ตูน "สนูปปี้" ของโจทก์หรือไม่ หากเหมือนหรือคล้ายกันจะเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์หรือไม่ โดยโจทก์จำเลยไม่ติดใจสืบพยานศาลชั้นต้นเห็นชอบตามที่โจทก์จำเลยตกลงกันและให้งดสืบพยาน
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ภาพการ์ตูนของโจทก์และจำเลยมีลักษณะคล้าย ๆ หรือเหมือนกัน แต่จำเลยไม่ได้นำออกใช้อย่างวรรณกรรมและศิลปกรรม ไม่เป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ว่าสิทธิของโจทก์ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทยหรือไม่ โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบว่าโจทก์ได้ปฏิบัติตามแบบพิธีที่บัญญัติโดยกฎหมายถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พุทธศักราช ๒๔๗๔ มาตรา ๒๙(ก) แต่โจทก์ไม่สืบพยาน คดีจึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์มีสิทธิในงานภาพการ์ตูนสุนัข "สนูปปี้" ในประเทศไทย และไม่ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องศาลอุทธรณ์เห็นด้วยในผลของคำพิพากษาศาลชั้นต้น พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยตกลงกันขอให้ศาลวินิจฉัยประเด็นข้อเดียวว่า ภาพการ์ตูนที่จำเลยจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ เหมือนหรือคล้ายกับภาพการ์ตูน "สนูปปี้" ของโจทก์หรือไม่ หากเหมือนหรือคล้ายกันจะเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์หรือไม่ โดยโจทก์จำเลยไม่ติดใจสืบพยานซึ่งศาลชั้นต้นก็เห็นชอบด้วยและให้งดสืบพยาน เช่นนี้ ต้องถือว่าจำเลยได้สละข้อต่อสู้อื่น ๆ แล้ว โจทก์จึงไม่ต้องสืบพยานในประเด็นที่ว่าสิทธิของโจทก์ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทยหรือไม่อีกต่อไปตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย
สำหรับประเด็นที่โจทก์จำเลยขอให้ศาลวินิจฉัย เห็นว่า จำเลยจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารูปการ์ตูนสุนัขไว้ก่อนพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ประกาศใช้บังคับ จึงต้องวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พุทธศักราช ๒๔๗๔ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ซึ่งตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมที่โจทก์จะมีขึ้นได้ต้องเป็นศิลปกรรมที่ได้ทำขึ้นในแผนศิลป เช่นรูปศิลป รูปการ์ตูนสุนัขตามเอกสารท้ายฟ้องไม่ใช่รูปศิลป แต่เป็นเพียงรูปคล้ายสุนัขธรรมดาทั่ว ๆ ไปที่ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ การขีดเขียนจึงอาจเหมือนหรือคล้ายกันได้เป็นธรรมดารูปการ์ตูนสุนัขของโจทก์ จึงไม่ใช่ลิขสิทธิ์ในศิลปกรรมตามความหมายของพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์จึงฟ้องขอให้เพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยโดยอ้างว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4026/2524
บริษัทยูไนเต็ด ฟีเจอร์ ซินดิเคท อิงค์ จำกัด โจทก์
บริษัทสหพัฒนาอินเวสเมนต์ จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทยูไนเต็ด ฟีเจอร์ ซินดิเคท อิงค์ จำกัด · จำเลย - บริษัทสหพัฒนาอินเวสเมนต์ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทิน เลิศวิรุฬห์ · สุนทร วรรณแสง · พยนต์ ยาวะประภาษ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายศรีภูมิ สุวรรณโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง คล้ายแก้ว |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา