⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 47/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 47/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกหนี้โอนทรัพย์สินให้แก่บุคคลภายนอกโดยเสน่หา โดยรู้ว่าจะเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ เจ้าหนี้มีสิทธิขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

ม. เจ้าของที่ดินกู้เงินโจทก์โดยนำโฉนดที่ดินพิพาทมาให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกัน โดยระบุไว้ในสัญญากู้ว่าได้นำโฉนดที่พิพาทมาจำนองไว้ภายใน 3 ปี แม้จะไม่มีผลบังคับในทางจำนอง แต่การที่ ม. เอาที่ดินพิพาทไปโอนให้ผู้ร้องโดยเสน่หาหลังจากกู้เงินจากสามีโจทก์ไปเพียง 15 วัน ม. ย่อมรู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ การที่โจทก์ลงชื่อในฐานะเจ้าของที่ดินข้างเคียง เมื่อผู้ร้องทั้งสามแยกการครอบครองกันเป็นส่วนสัดและยื่นเรื่องราวขอแบ่งแยกโฉนด ก็เป็นเรื่องปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น มิใช่เป็นการสละสิทธิที่จะบังคับคดีต่อไป กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 โจทก์มีสิทธินำยึดที่ดินพิพาทเพื่อขายทอดตลาดได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยทายาทผู้รับมรดกของนายมุกลูกหนี้ จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงบังคับคดีนำยึดที่ดินพิพาท ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องนายมุกบิดาผู้ร้องได้จดทะเบียนยกให้ผู้ร้องแล้ว โจทก์ให้การว่า นายมุกกู้เงินสามีโจทก์ไป โดยนำโฉนดที่ดินแปลงพิพาทมาให้สามีโจทก์ยึดถือไว้ ต่อมานายมุกหลอกลวงเอาโฉนดที่ดินไปโอนยกให้ผู้ร้องโดยเสน่หา เพื่อหลีกเลี่ยงการชำระหนี้ ทำให้สามีโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ สามีโจทก์และสามีจำเลยถึงแก่กรรมแล้ว โจทก์จึงฟ้องจำเลยซึ่งเป็นมารดาผู้ร้องให้ชำระหนี้ เมื่อจำเลยเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาโจทก์จึงมีสิทธินำยึดที่พิพาทได้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ปล่อยที่ดินพิพาทคืนแก่ผู้ร้องทั้งสาม โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้องทั้งสาม ผู้ร้องทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า นายมุกบิดาผู้ร้องทั้งสามกู้เงินสามีโจทก์ไป ๑๕,๐๐๐ บาท กำหนดชำระหนี้คืนภายใน ๓ ปี นายมุกและสามีโจทก์ถึงแก่กรรมโดยยังไม่มีการชำระหนี้รายนี้กัน และหนี้ตามคำพิพากษาก็คือหนี้รายนี้ เมื่อนายมุกก็เงินสามีโจทก์ไปได้ ๑๕ วัน นายมุกจดทะเบียนยกที่ดินพิพาทให้ผู้ร้องทั้งสาม ปี พ.ศ.๒๕๒๐ ผู้ร้องทั้งสามขอแบ่งแยกโฉนดโจทก์ลงชื่อในใบรับรองของเจ้าของที่ดินและเจ้าของที่ดินข้างเคียง ปลายปี พ.ศ.๒๕๒๐ นายมุกถึงแก่กรรม มีมรดกเป็นที่นา ๑๐ ไร่ ที่ปลูกบ้าน ๑ แปลงพร้อมบ้าน ๑ หลัง ซึ่งทายาทให้จำเลยรับมรดกเพียงผู้เดียว แต่จำเลยนำไปชำระหนี้ซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าหนี้นายมุกอยู่ และจำหน่ายมรดกไปหมดแล้ว แล้ววินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่ดินพิพาทเดิมเป็นกรรมสิทธิ์ของนายมุกและตามสัญญากู้ระบุว่าได้นำโฉนดที่ดินพิพาทมาจำนองไว้ภายใน ๓ ปี ซึ่งพอเข้าใจได้อย่างสามัญชนว่าเอาที่ดินพิพาทเป็นประกันเงินกู้นั่นเอง แม้จะไม่มีผลบังคับในทางจำนอง แต่การที่นายมุกเอาที่ดินพิพาทไปโอนให้ผู้ร้องโดยเสน่หาหลังจากกู้เงินสามีโจทก์ไปเพียง ๑๕ วัน นายมุกย่อมรู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ การที่โจทก์ลงชื่อในฐานะเจ้าของที่ดินข้างเคียงเป็นเรื่องปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น มิใช่เป็นการสละสิทธิที่จะบังคับคดีต่อไป กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๓๗ โจทก์มีสิทธิยึดที่ดินพิพาทเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ให้โจทก์ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 47/2524 นางบัวรัง ราชอาจ โจทก์ นางก่อง กองแก้ว กับพวก ผู้ร้องขัดทรัพย์ นางบัว จงทัน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบัวรัง ราชอาจ · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นางก่อง กองแก้ว กับพวก · ล. - นางบัว จงทัน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สง่า อำพันแสง · เพียร ศรีอรุณ · ประสม ศรีเจริญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหล่มสัก - นางสาวเพลินจิต ตั้งพูลสกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายเรืองสวัสดิ์ พรหมสาขา ณ สกล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1099/2550ฎีกา 4676/2557ฎีกา 770/2535ฎีกา 5882/2541ฎีกา 7677/2557ฎีกา 19883/2555ฎีกา 2679/2537ฎีกา 621/2519ฎีกา 886/2515ฎีกา 52/2527ฎีกา 2161/2538ฎีกา 5059/2538ฎีกา 181/2512ฎีกา 7863/2538ฎีกา 5444/2551ฎีกา 1247/2510ฎีกา 684/2488ฎีกา 1016-1018/2477ฎีกา 2345/2540ฎีกา 180/2502ฎีกา 1145/2495ฎีกา 1492/2510ฎีกา 597/2513ฎีกา 541/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา