⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 830/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 830/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ปัญหาเกี่ยวกับอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยได้ แม้จำเลยจะยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาก็ตาม 2. การที่พนักงานของรัฐวิสาหกิจยักยอกเงินค่าตราไปรษณียากรที่ได้รับจากประชาชนไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว ถือว่ารัฐวิสาหกิจนั้นเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ปัญหาเกี่ยวกับอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยเพิ่งจะยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาศาลฎีกาก็มีอำนาจวินิจฉัย จำเลยเป็นพนักงานของการสื่อสารแห่งประเทศไทยทำหน้าที่หัวหน้าที่ทำการไปรษณีย์สาขา ได้รับฝากจดหมายและรับเงินค่าตราไปรษณียากรจากผู้ฝากหลายราย แล้วไม่จัดการผนึกตราไปรษณียากรบนจดหมายและจัดส่งไปตามหน้าที่.กลับยักยอกเอาเงินค่าตราไปรษณียากรซึ่งตกเป็นของการสื่อสารแห่งประเทศไทยแล้วเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียย่อมเกิดความเสียหายแก่การสื่อสารแห่งประเทศไทย การสื่อสารแห่งประเทศไทยจึงเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับนายบุญเพิ่มพวกของจำเลยเป็นพนักงานของการสื่อสารแห่งประเทศไทยและเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญามีหน้าที่ในการไปรษณีย์โทรเลขและอื่น ๆ รวมตลอดถึงการผนึกตราไปรษณียากรลงในไปรษณีย์ภัณฑ์แทนผู้ฝาก และรักษาเงินค่าธรรมเนียมการฝากไปรษณีย์ภัณฑ์พัสดุไปรษณีย์และโทรเลข จำเลยกับพวกดังกล่าวได้สมคบกันเบียดบังเงินค่าธรรมเนียมรับฝากจดหมายไปรษณีย์ภัณฑ์ส่งต่างประเทศ ๑๓๑ ฉบับ รวมเป็นเงิน ๑,๓๘๔ บาท ๖๕ สตางค์ ของการสื่อสารแห่งประเทศไทยผู้เสียหาย ซึ่งอยู่ในความครอบครองของจำเลยกับพวกโดยทุจริต และได้กระทำละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริตโดยกักจดหมายไปรษณีย์ภัณฑ์ซึ่งส่งทางไปรษณีย์ไปต่างประเทศ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๗, ๑๕๗, ๑๖๓, ๘๓ พระราชบัญญัติไปรษณีย์พุทธศักราช ๒๔๗๗ มาตรา ๔๘และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๗, ๑๕๗, ๑๖๓(๓), ๘๓ พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พุทธศักราช ๒๔๗๗มาตรา ๕๘ ให้ลงโทษจำคุกจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดและให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่การสื่อสารแห่งประเทศไทยผู้เสียหาย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ในข้อที่จำเลยฎีกาว่าการสื่อสารแห่งประเทศไทยมิใช่ผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายที่แท้จริงคือผู้ฝากส่งจดหมายเมื่อผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนการสอบสวนไม่ชอบ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น แม้ว่าจำเลยเพิ่งจะยกปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวในชั้นฎีกาก็ตาม แต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับอำนาจฟ้อง จึงสมควรรับวินิจฉัยให้เห็นว่าข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยรับฝากจดหมายและได้รับเงินค่าตราไปรษณียากรจากผู้ฝากหลายรายแล้วไม่จัดการผนึกตราไปรษณียากรลงบนจดหมายและจัดส่งไปตามหน้าที่ กลับยักยอกเอาเงินค่าตราไปรษณียากรซึ่งตกเป็นของการสื่อสารแห่งประเทศไทยแล้วเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียเช่นนี้ย่อมเกิดความเสียหายแก่การสื่อสารแห่งประเทศไทยอย่างมิพักต้องสงสัย การสื่อสารแห่งประเทศไทยจึงเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 830/2524 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายจำรูญ เทียนสวัสดิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายจำรูญ เทียนสวัสดิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนวย อินทุภูติ · ปรีชา สุมาวงศ์ · สุวรรณพ กองวารี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายพยุง กลั่นสุภา · ศาลอุทธรณ์ - นายกิติ บุรพรรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 8080/2538ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 2252/2560ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7201/2568ฎีกา 11/2539ฎีกา 6505/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา