⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1004/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1004/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความสละประเด็นอื่นและตกลงโต้แย้งกันเพียงประเด็นเดียว ศาลจะวินิจฉัยนอกประเด็นที่ตกลงกันไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นปรากฏว่า คู่ความได้สละประเด็นตามคำฟ้องและคำให้การที่มีอยู่ คงโต้เถียงกันแต่เพียงประเด็นเดียวว่า จำเลยส่งมอบรถยนต์ให้โจทก์แล้วหรือไม่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยยังมิได้ส่งมอบรถยนต์ให้โจทก์ จำเลยก็ต้องรับผิดตามฟ้องโจทก์ ส่วนค่าเสียหายถ้าสูงเกินไปศาลมีอำนาจลดลงได้ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าตามสัญญาเช่าซื้อ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกราคารถยนต์ที่เช่าซื้อได้อีก จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.222 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.574

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์เก๋งยี่ห้อมอริสหมายเลขทะเบียน ช.ม.๑๒๐๐๐ ราคา ๓๘,๐๐๐ บาทจากโจทก์ โดยมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ในฐานะลูกหนี้ร่วม นับแต่วันทำสัญญาเช่าซื้อจำเลยที่ ๑ ไม่เคยชำระค่าเช่าซื้อเลย โจทก์ติดต่อจำเลยทั้งสองให้ชำระหนี้หลายครั้ง จำเลยทั้งสองผัดผ่อนเรื่อยมา ระหว่างที่จำเลยที่ ๑ ครอบครองรถยนต์นั้นได้นำรถยนต์ไปใช้และถูกชนจนไม่สามารถจะซ่อมให้คืนสภาพเดิมได้ โจทก์ได้รับความเสียหายคือค่ารถยนต์ ๓๘,๐๐๐ บาท ค่าเช่าซื้อที่ค้างจำนวน ๓๖,๗๔๔ บาท รวม ๗๔,๗๔๔ บาท กับดอกเบี้ยขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระ จำเลยที่ ๑ ให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ ๑ ซื้อรถยนต์จากโจทก์ในราคา ๕๘,๐๐๐ บาทโดยวางเงินดาวน์ ๒๐,๐๐๐ บาท ที่เหลือ ๓๘,๐๐๐ บาทได้ทำสัญญาเช่าซื้อ แต่ต่อมาจำเลยที่ ๑ ไม่ประสงค์ที่จะเช่าซื้อจึงได้บอกเลิกและส่งมอบรถแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระและราคารถคืน เมื่อโจทก์รับรถคืนโจทก์ตกลงจะคืนเงินดาวน์ ๒๐,๐๐๐ บาทแก่จำเลยที่ ๑ บางส่วนในภายหลัง แต่โจทก์ก็มิได้คืนให้ จำเลยที่ ๑ค้างค่าเช่าซื้อเพียง ๓ งวดเป็นเงิน ๔,๕๙๓ บาท เมื่อหักกับเงินดาวน์แล้วโจทก์ต้องคืนเงินแก่จำเลย ๑๕,๔๐๗ บาท กับต่อสู้ในข้ออื่นอีก จำเลยที่ ๒ ให้การว่าจำเลยที่ ๑ ได้บอกเลิกสัญญาแก่โจทก์และส่งมอบรถคืนให้โจทก์แล้ว จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิด โจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๑ ในวันนัดชี้สองสถานโจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงสละประเด็นข้อพิพาททั้งหมด คงให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยเพียงประเด็นเดียวว่า จำเลยที่ ๑ส่งมอบรถยนต์คืนให้โจทก์แล้วหรือไม่ เมื่อใดเท่านั้น ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ยังไม่ได้ส่งมอบรถยนต์คืนแก่โจทก์ และค่าเสียหายที่โจทก์ฟ้องสูงเกินไป สมควรกำหนดค่าเสียหายและดอกเบี้ยให้โจทก์เพียง ๑๕,๐๐๐ บาทและกำหนดราคารถยนต์เป็นเงิน ๓๘,๐๐๐ บาท พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๕๓,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยที่ ๑ ยังไม่ได้ส่งมอบรถยนต์คืนโจทก์และยังไม่ได้บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ และเห็นว่า ตามสัญญาเช่าซื้อโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกราคารถยนต์ที่เช่าซื้อได้อีก โจทก์คงมีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้เท่านั้น และค่าเสียหายที่ศาลชั้นต้นกำหนดก็สูงเกินไป จึงกำหนดให้จำเลยใช้ ๑๒,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ มิได้อุทธรณ์ แต่กรณีเป็นการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้จึงให้คำพิพากษามีผลถึงจำเลยที่ ๒ ด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหาย ๑๒,๐๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๙ จำเลยที่ ๑ได้เช่าซื้อรถยนต์พิพาทจากโจทก์ในราคา ๕๘,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ได้วางเงินล่วงหน้าให้โจทก์ไว้ ๒๐,๐๐๐ บาท ราคาที่เหลือ ๓๘,๐๐๐ บาทโจทก์จำเลยตกลงกันทำเป็นสัญญาเช่าซื้อ โดยกำหนดราคารถเป็นเงิน ๓๘,๐๐๐ บาทจำเลยที่ ๑ จะต้องส่งเงินค่าเช่าซื้อให้โจทก์เดือนละ ๑,๕๓๑ บาท งวดแรกชำระในวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๑๙ งวดต่อไปชำระในวันที่ ๗ ของเดือนถัดไปจนครบในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นคู่ความทั้งสองฝ่ายสละประเด็นตามคำฟ้องของโจทก์และคำให้การและฟ้องแย้งของจำเลย คงพิพาทกันเฉพาะข้อที่ว่าจำเลยที่ ๑ ได้ส่งมอบรถยนต์คืนให้โจทก์แล้วหรือไม่ เมื่อใดเท่านั้น แล้ววินิจฉัยว่าตามรายงานกระบวนวิธีพิจารณาของศาลชั้นต้นเป็นเรื่องคู่ความสละประเด็นตามคำฟ้อง คำให้การที่มีอยู่คงโต้เถียงกันแต่เพียงประเด็นเดียวที่ว่า จำเลยที่ ๑ ส่งมอบรถยนต์ให้โจทก์แล้วหรือไม่เท่านั้น เมื่อข้อเท็จจริงเป็นอันยุติตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยที่ ๑ ยังมิได้ส่งมอบรถยนต์ให้โจทก์จำเลยทั้งสองก็ต้องรับผิดตามฟ้องโจทก์ ส่วนค่าเสียหายที่โจทก์เรียกสูงเกินไปศาลย่อมมีอำนาจให้ลดลงได้ ที่ศาลอุทธรณ์ไปวินิจฉัยเรื่องสัญญาเช่าซื้อว่า โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกราคารถยนต์ที่เช่าซื้อได้อีกเป็นการนอกประเด็นที่โจทก์จำเลยแถลงต่อศาลไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาและศาลอุทธรณ์ไม่ควรลดจำนวนค่าเสียหายลงอีก พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1004/2525 บริษัทลัดดาแลนด์เอนเทอร์ไพรส์ จำกัด โจทก์ นายสงวน จันทร์เสนา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทลัดดาแลนด์เอนเทอร์ไพรส์ จำกัด · จำเลย - นายสงวน จันทร์เสนา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สำเนียง ด้วงมหาสอน · สนิท อังศุสิงห์ · ปรีชา พานิชวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายกิติศักดิ์ คุณไพโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประมาณ ชันซื่อ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 3206/2537ฎีกา 685/2550ฎีกา 1800/2511ฎีกา 1561/2520ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 4873/2528ฎีกา 1360/2544ฎีกา 615/2531ฎีกา 6039/2537ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 2709/2538ฎีกา 4432/2534ฎีกา 70/2518ฎีกา 6848/2540ฎีกา 591/2513ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532ฎีกา 4185/2547ฎีกา 4484/2536ฎีกา 9571/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา