⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1013/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1013/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. คำฟ้องที่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา ต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 ย่อมไม่เคลือบคลุม 2. ข้ออ้างที่ว่าผู้เอาประกันภัยเป็นผู้เผารถยนต์คันที่เอาประกันภัยเอง เป็นข้อต่อสู้ของจำเลย ซึ่งจำเลยมีหน้าที่นำสืบ 3. ทนายความที่ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินคดีแทนโจทก์ สามารถแต่งตั้งให้ตนเองเป็นทนายความของโจทก์ในคดีนั้นได้ และจำเลยผู้แพ้คดีต้องใช้ค่าทนายความแทนโจทก์

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อรถยนต์เนื่องจากถูกไฟไหม้ ซึ่งโจทก์บรรยายฟ้องมาชัดแจ้งแล้วว่าผู้เอาประกันภัยจะเป็นผู้เผารถเองหรือใครเผาก็ตาม จำเลยก็ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ตามกรมธรรม์ประกันภัย คำบรรยายฟ้องของโจทก์ที่กล่าวถึงผู้เผารถมาเช่นนี้เป็นการเพียงพอที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้วว่าจำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์ดังฟ้องหรือไม่ มิได้ทำให้จำเลยหลงต่อสู้แต่ประการใด และเมื่ออ่านคำฟ้องโดยตลอดแล้ว เห็นได้ว่าเป็นการแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 คำฟ้องของโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อรถยนต์เนื่องจากถูกไฟไหม้ จำเลยต่อสู้คดีว่าผู้เอาประกันภัยเป็นผู้เผารถยนต์คันที่เอาประกันภัยเอง จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ ดังนี้ หน้าที่นำสืบในข้อนี้ตกแก่จำเลย ไม่มีบทกฎหมายใดบัญญัติห้ามว่า เมื่อทนายความได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินคดีใดแล้ว จะทำหน้าที่เป็นทนายความในคดีนั้นอีกไม่ได้ดังนั้น เมื่อโจทก์มอบอำนาจให้ทนายความเป็นผู้ฟ้องคดีแทน และแต่งตั้งให้ทำหน้าที่เป็นทนายความของตนอีกฐานะหนึ่งด้วย ศาลก็ย่อมพิพากษาให้จำเลยผู้แพ้คดีใช้ค่าทนายความแทนโจทก์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.60 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.61 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายบุญเกียรติได้เช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์ ๑ คัน โจทก์ได้เอาประกันภัยไว้กับจำเลย เพื่อความเสียหายอันจะเกิดจากไฟไหม้จำเลยได้พิมพ์ชื่อนายบุญเกียรติลงไว้ในวงเล็บหลังชื่อโจทก์ต่อมารถดังกล่าวถูกไฟไหม้เสียหายทั้งคัน โจทก์จึงเรียกร้องให้จำเลยชดใช้เงินแก่โจทก์แต่จำเลยปฏิเสธ โดยอ้างว่านายบุญเกียรติเป็นผู้เอาประกันภัย และเป็นผู้เผารถเอง โจทก์เห็นว่าแม้นายบุญเกียรติจะเป็นผู้เผารถเองหรือไม่ก็ตาม จำเลยก็ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามกรมธรรม์ ทั้งข้ออ้างดังกล่าวก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานของตำรวจเท่านั้น ขอให้บังคับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้รับประกันภัยรถยนต์ตามฟ้องจากโจทก์แต่รับประกันภัยจากนายบุญเกียรติ นายบุญเกียรติผู้เอาประกันภัยเป็นผู้เผารถคันดังกล่าวเอง จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด คำฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม เพราะมิได้บรรยายว่าผู้ใดเป็นผู้เผารถยนต์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์ตามฟ้องพร้อมด้วยดอกเบี้ยและให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ ๓,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะเรื่องดอกเบี้ย และให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๒,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยในข้อที่ว่าบริษัทจำเลยจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายที่เกิดขึ้นในระหว่างเวลาประกันภัยต่อรถยนต์เนื่องจากถูกไฟไหม้อันมิได้เกิดจากการชนหรือการคว่ำ (ตามกรมธรรม์ประกันภัย หมวดที่ ๓ ข้อ ๓.๑) ซึ่งโจทก์บรรยายฟ้องมาชัดแจ้งแล้วว่า แม้นายบุญเกียรติจะเป็นผู้เผารถเองหรือใครเผาก็ตามจำเลยก็ยังต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ตามกรมธรรม์ประกันภัยทั้งข้ออ้างของจำเลยที่ว่านายบุญเกียรติเป็นผู้เผารถยนต์คันที่เอาประกันภัยก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานของตำรวจ ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่านายบุญเกียรติเผาหรือใครเผาคำบรรยายฟ้องของโจทก์ที่กล่าวถึงผู้เผารถมาเช่นนี้เป็นการเพียงพอที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้วว่าจำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์ดังฟ้องหรือไม่ มิได้ทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้แต่ประการใด และเมื่ออ่านคำฟ้องของโจทก์โดยตลอดแล้ว เห็นได้ว่าเป็นการแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา ต้องตามมาตรา ๑๗๒ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแล้ว คำฟ้องของโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม จำเลยฎีกาว่า นายบุญเกียรติเป็นผู้เอาประกันภัยร่วมกันกับโจทก์ และนายบุญเกียรติเป็นผู้เผารถยนต์คันที่เอาประกันภัยเสียเอง จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นสมควรพิจารณาในข้อที่ว่านายบุญเกียรติเป็นผู้เผารถยนต์คันที่เอาประกันภัยจริงหรือไม่เสียก่อน โดยหน้าที่นำสืบในข้อนี้ตกแก่จำเลย ปัญหาข้อสุดท้ายจำเลยฎีกาว่า การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าทนายความแทนโจทก์นั้นไม่ชอบ เพราะนายมนูญ วัชรานันท์ทนายความเป็นผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ให้ฟ้องคดีนี้ การกระทำใด ๆ ของนายมนูญจึงถือเสมือนเป็นการกระทำของโจทก์เอง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายมนูญเป็นผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ให้ฟ้องคดีนี้ก็จริง แต่โจทก์ก็ได้แต่งตั้งให้นายมนูญทำหน้าที่เป็นทนายความของตนอีกฐานะหนึ่งด้วย ดังปรากฏตามใบแต่งทนายความฉบับลงวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๒๑ ในสำนวนทั้งไม่มีบทกฎหมายใดบัญญัติห้ามว่า เมื่อทนายความได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินคดีใดแล้วจะทำหน้าที่เป็นทนายความใดคดีนั้นอีกไม่ได้ ฉะนั้นการที่นายมนูญได้ว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาแทนโจทก์มานั้น จึงเป็นการกระทำในฐานะทนายโจทก์ด้วย ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้โจทก์ชนะคดีและให้จำเลยใช้ค่าทนายความแทนโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1013/2525 นางสาวสมบูรณ์ ตันติพินธวัตร โจทก์ บริษัทพิพัทธ์ประกันภัย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวสมบูรณ์ ตันติพินธวัตร · จำเลย - บริษัทพิพัทธ์ประกันภัย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ สังขนันท์ · ทวี กสิยพงศ์ · ดุสิต วราโห
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประชา บุญวนิช · ศาลอุทธรณ์ - นายวุติ ยุววิทยาพานิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3206/2537ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 1572/2511ฎีกา 2135/2518ฎีกา 6105/2531ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 991/2548ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 2709/2538ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4484/2536ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1510/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา