⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1612/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีการปลูกสร้างอาคารรุกล้ำที่ดินผู้อื่นเพียงบางส่วน และผู้รับโอนที่ดินซึ่งมีอาคารรุกล้ำนั้นได้มาโดยสุจริต ไม่สามารถบังคับให้รื้อถอนอาคารส่วนที่รุกล้ำได้.

ย่อคำพิพากษา

เจ้าของเดิมได้ปลูกสร้างตึกแถวเลขที่ 40, 41 และ 42 ลงบนที่ดิน 2 แปลงของตนคือที่ดินโฉนดที่ 811 และ ที่ 237 ปรากฏว่าตึกแถวเลขที่ 41 ได้ปลูกล้ำเข้าไปในที่ดินโฉนดที่ 811 ต่อมาที่ดินโฉนดที่ 811 พร้อมตึกแถวได้ตกเป็นของโจทก์ส่วนที่ดินโฉนดที่ 237 พร้อมทั้งตึกแถวได้ตกเป็นของจำเลยกรณีนี้ ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะต้องนำบทกฎหมายที่ใกล้เคียงมาใช้บังคับคือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1312 การที่ตึกแถวเลขที่ 41 ปลูกล้ำเข้าไปในโฉนดที่ 811 ของโจทก์นั้น เจ้าของเดิมเป็นผู้ปลูกหาใช่จำเลยไม่โจทก์จำเลยต่างรับโอนที่ดินและตึกแถวมาอีกทอดหนึ่งถือได้ว่าการรุกล้ำดังกล่าวเป็นมาโดยสุจริต จะให้จำเลยรื้อถอนไปหาชอบด้วยความยุติธรรมไม่และจะนำมาตรา 1310 มาปรับกับกรณีนี้ก็ไม่ได้ เพราะมาตรา 1310 เป็นบทบัญญัติกรณีที่ปลูกสร้างโรงเรือนลงในที่ดินผู้อื่นทั้งหลัง มิใช่ปลูกสร้างรุกล้ำเข้าไปในที่ดินผู้อื่นเพียงบางส่วนเช่นกรณีนี้โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยรื้อถอนฝาห้องเลขที่ 41 ออกไปจากที่ดินโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1310 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1312

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เดิมนางเชียมมีที่ดิน ๒ แปลงคือแปลงโฉนดเลขที่ ๘๑๑ และโฉนดเลขที่ ๒๓๗ ที่ดินโฉนดที่ ๘๑๑ มีตึกแถวเลขที่ ๔๐ ปลูกอยู่ ส่วนโฉนด ๒๓๗ มีตึกแถวเลขที่ ๔๑ และ ๔๒ ปลูกอยู่ โดยเฉพาะตึกแถวเลขที่ ๔๑ ปลูกรุกล้ำเข้าไปในเขตโฉนดที่ ๘๑๑ ต่อมาโจทก์ซื้อที่ดินโฉนดที่ ๘๑๑ พร้อมตึกแถวจากนางเชียมโดยตกลงกันด้วยวาจาว่า ถ้านางเชียมจะขายที่ดินโฉนดที่ ๒๓๗ พร้อมตึกแถวเลขที่ ๔๑ ให้แก่บุคคลอื่นนางเชียมจะต้องรื้อฝาห้องที่รุกล้ำและทำใหม่ให้ถูกต้องตามแนวเขต ต่อมานางเชียมแพ้คดีจำเลยโดยศาลพิพากษาให้ที่ดินโฉนดที่ ๒๓๗ กับตึกแถวเลขที่ ๔๑, ๔๒ เป็นของจำเลย โจทก์จึงให้ทนายมีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยรื้อฝาห้องเลขที่ ๔๑ ที่รุกล้ำที่ดินโจทก์ แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยรื้อถอนฝาห้องเลขที่ ๔๑ และทำใหม่ให้ตรงแนวเขต จำเลยให้การว่า ขณะที่ปลูกสร้างตึกแถวนั้นที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๓๗ เป็นของนายสุพล ต่อมาตกเป็นของจำเลยตามคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ ๔๓/๒๕๑๖ ของศาลจังหวัดนครพนม และตึกแถวเลขที่ ๔๑, ๔๒ ตกเป็นของจำเลยตามคำพิพากษาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๗๐/๒๕๒๐ ของศาลจังหวัดนครพนม โดยจำเลยต้องจ่ายค่าที่ดินที่ตึกแถวเลขที่ ๔๑ รุกล้ำแก่นางเชียมเป็นเงินหนึ่งหมื่นบาท ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้จึงสั่งงดสืบพยานและพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีนี้ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะต้องนำบทกฎหมายที่ใกล้เคียงมาใช้บังคับ คือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๑๒ การที่ตึกแถวเลขที่ ๔๑ ปลูกล้ำเข้าไปในที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๑๑ ของโจทก์นั้นนางเชียมเจ้าของเดิมเป็นผู้ปลูกสร้างมิใช่จำเลยปลูกสร้าง ทั้งโจทก์และจำเลยต่างรับโอนที่ดินและตึกแถวมาอีกทอดหนึ่ง ถือได้ว่าการรุกล้ำดังกล่าวเป็นมาโดยสุจริต จะให้จำเลยรื้อถอนไปหาชอบด้วยความยุติธรรมไม่ เพราะแม้แต่จำเลยปลูกสร้างรุกล้ำเข้าไปโดยสุจริต โจทก์ก็ไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยรื้อถอน คงมีแต่สิทธิเรียกค่าใช้ที่ดินเท่านั้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2525 นายสุข สว่างชาติ โจทก์ นายขุน แสนโคตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุข สว่างชาติ · จำเลย - นายขุน แสนโคตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิยม ติวุตานนท์ · สุวัฒน์ รัตรสาร · ดุสิต วราโห
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสำเรือง กามลคร · ศาลอุทธรณ์ - นายจุนท์ จันทรวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 951/2542ฎีกา 741/2505ฎีกา 1159/2511ฎีกา 4776/2550ฎีกา 283-284/2524ฎีกา 1929/2520ฎีกา 1376/2554ฎีกา 9764/2552ฎีกา 1820/2541ฎีกา 1790/2520ฎีกา 200/2505ฎีกา 2313/2537ฎีกา 902/2485ฎีกา 302/2508ฎีกา 1512/2536ฎีกา 753/2485ฎีกา 1656/2547ฎีกา 196/2502ฎีกา 1909-1910/2518ฎีกา 2560/2546ฎีกา 1427/2497ฎีกา 921/2496ฎีกา 1719/2523ฎีกา 9302/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา