⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 189/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 189/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลชั้นต้นได้แบ่งความรับผิดของจำเลยทั้งสองแล้ว และโจทก์มิได้อุทธรณ์ คำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนที่เกี่ยวกับโจทก์และจำเลยที่ 2 จึงเป็นอันยุติ หากศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาโดยเป็นผลร้ายแก่จำเลยที่ 2 ซึ่งมิได้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จะชี้ขาดให้มีผลแก่จำเลยที่ 2 นั้นไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายแก่โจทก์โดยแบ่งความรับผิดให้จำเลยที่ 2 รับผิดเพียงหนึ่งในสามส่วนโจทก์และจำเลยที่ 2 มิได้อุทธรณ์คัดค้าน คดีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 จึงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยทั้งสองต้องรับผิดคนละครึ่ง เมื่อหนี้ดังกล่าวศาลแบ่งความรับผิดให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดแล้ว จึงมิใช่การชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ และคำพิพากษาศาลอุทธรณ์กลับเป็นผลร้ายแก่จำเลยที่ 2 โดยเป็นผลให้จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดเพิ่มมากขึ้น ศาลอุทธรณ์จึงไม่มีอำนาจชี้ขาดว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มีผลกับจำเลยที่ 2 ด้วย โจทก์จึงจะขอให้ออกคำบังคับเอาชำระหนี้จากจำเลยที่ 2 ครึ่งหนึ่งตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.245

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องมาจากลูกจ้างของจำเลยทั้งสองต่างขับรถยนต์ในทางการที่จ้างด้วยความประมาท เป็นเหตุให้รถยนต์ทั้งสองคันชนกัน รถยนต์ของจำเลยที่ ๑เลยไปชนบ้านโจทก์และทรัพย์สินเสียหาย โจทก์จึงฟ้องให้จำเลยทั้งสองร่วมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน ๖๘,๐๐๐ บาท โดยให้จำเลยที่ ๑ รับผิดสองในสามส่วน จำเลยที่ ๒ รับผิดหนึ่งในสามส่วน จำเลยที่ ๑ ฝ่ายเดียวอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ เห็นว่าตามรูปคดีจำเลยทั้งสองควรรับผิดในความเสียหายเป็นอัตราส่วนเท่ากัน กรณีเป็นการชำระหนี้ซึ่งจำเลยทั้งสองจะต้องร่วมรับผิด และไม่อาจแบ่งแยกได้ จึงให้มีผลถึงจำเลยที่ ๒ซึ่งไม่ได้อุทธรณ์ด้วย พิพากษาแก้ลดจำนวนค่าเสียหายคงเหลือ ๕๘,๐๐๐ บาทลดค่าเช่าบ้านเหลือเดือนละ ๕๐๐ บาท และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นแทนโจทก์ตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะ โดยให้จำเลยทั้งสองรับผิดคนละครึ่งทุกกรณี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยที่ ๑ ฎีกาว่าโจทก์ไม่ได้เช่าบ้าน จำเลยที่ ๑ ไม่ต้องรับผิดใช้ดอกเบี้ยกับค่าฤชาธรรมเนียม ศาลฎีกาพิพากษายืน ต่อมาโจทก์ขอให้ศาลออกคำบังคับสั่งให้จำเลยทั้งสองปฏิบัติตามคำพิพากษา จำเลยที่ ๒ รับคำบังคับแล้วยื่นคำร้องว่า หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว จำเลยที่ ๒ ได้ชำระหนี้ให้โจทก์ตามคำพิพากษาเรียบร้อยแล้ว หนี้ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๒ ระงับ ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยที่ ๒ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำบังคับอันถึงที่สุด ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ โดยแบ่งความรับผิดให้จำเลยที่ ๒ รับผิดเพียงหนึ่งส่วนในสามส่วน โจทก์และจำเลยที่ ๒ มิได้อุทธรณ์คัดค้านแต่อย่างใด คดีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๒ จึงเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และโจทก์ก็ได้แถลงให้ศาลทราบว่าจำเลยที่ ๒ ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้งสองรับผิดคนละครึ่งทุกกรณี โดยให้มีผลถึงจำเลยที่ ๒ ซึ่งมิได้อุทธรณ์ด้วยนั้น เห็นว่าหนี้ดังกล่าวศาลแบ่งความรับผิดให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดแล้ว จึงไม่ใช่การชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ ทั้งศาลอุทธรณ์ก็ไม่ได้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นอันจะเป็นคุณแก่จำเลยที่ ๒ แต่คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์กลับเป็นผลร้ายแก่จำเลยที่ ๒ โดยเป็นผลให้จำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดเพิ่มมากขึ้น ศาลอุทธรณ์จึงไม่มีอำนาจชี้ขาดว่าคำพิพากษายืน แต่ก็มีประเด็นในชั้นฎีกาเฉพาะเรื่องค่าเสียหายและค่าฤชาธรรมเนียมเท่านั้น มิได้มีประเด็นในเรื่องการแบ่งความรับผิดในความเสียหายระหว่างจำเลยทั้งสอง เมื่อคดีนี้โจทก์ยอมรับชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจากจำเลยที่ ๒ ครบถ้วนแล้ว และโจทก์ก็มิได้ติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าวของศาลชั้นต้น โจทก์จึงจะขอให้ออกคำบังคับเอาชำระหนี้จากจำเลยที่ ๒ ครึ่งหนึ่งตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มิได้ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องของจำเลยที่ ๒ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับเป็นว่า โจทก์ไม่มีสิทธิเอาชำระหนี้จากจำเลยที่ ๒ อีกต่อไปเพิกถอนคำบังคับที่บังคับจำเลยที่ ๒ ให้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับลงวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๒๓ นั้นเสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 189/2525 นายเพชร เอี่ยมทรัพย์ กับพวก โจทก์ นายอาหยู แซ่โค้ว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเพชร เอี่ยมทรัพย์ กับพวก · จำเลย - นายอาหยู แซ่โค้ว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัมพล สุวรรณภักดี · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · พูน จักรเสน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี · ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร จันทรศักดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4143/2532ฎีกา 4238/2539ฎีกา 425/2520ฎีกา 8645/2547ฎีกา 958/2535ฎีกา 4473/2541ฎีกา 4209/2543ฎีกา 2570/2525ฎีกา 3748/2530ฎีกา 6448/2550ฎีกา 1165/2482ฎีกา 189/2540ฎีกา 610/2545ฎีกา 2117-2124/2528ฎีกา 500/2557ฎีกา 8795/2551ฎีกา 3501/2530ฎีกา 2968/2530ฎีกา 2722/2534ฎีกา 6/2545ฎีกา 4011-4012/2532ฎีกา 5386/2551ฎีกา 9665/2555ฎีกา 267/2502
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา