⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1968/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1968/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทางสาธารณะที่สิ้นสภาพการใช้ประโยชน์แล้ว ยังคงมีสภาพเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินอยู่ เว้นแต่จะมีการโอนไปโดยอาศัยอำนาจแห่งกฎหมายเฉพาะหรือพระราชกฤษฎีกา

ย่อคำพิพากษา

ทางกระบือสาธารณะพิพาทอยู่นอกเขตโฉนดที่ดินของ ส. แต่อยู่ในเขตโฉนดที่ดินของโจทก์ซึ่งออกทับทางกระบือสาธารณะ เป็นการออกโฉนดโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะ ทางกระบือสาธารณะนั้นแม้จะสิ้นสภาพไปเพราะการไม่มีผู้ใด ใช้ประโยชน์ก็ยังมีสภาพเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินอยู่ เว้นแต่ จะได้โอนไปโดยอาศัยอำนาจแห่งกฎหมายเฉพาะหรือพระราชกฤษฎีกา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1305 อธิบดีกรมที่ดิน จำเลยจึงมีอำนาจที่จะเพิกถอน แก้ไขหรือออกใบแทนโฉนดที่ดินของโจทก์ได้ตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1305

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงเป็นอันยุติตามคำฟ้อง ทางนำสืบของโจทก์จำเลย และแผนที่พิพาทที่จ่าศาลจัดทำขึ้นตามสารบาญลำดับที่ 44ซึ่งคู่ความรับรองถูกต้องว่าที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ 9863 ตำบลเสนา อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อยู่ติดต่อกับที่ดินโฉนดเลขที่ 5230 ของนายเสนาะ ฤกษ์ถวิล ทางด้านทิศตะวันออกของที่ดินโจทก์และในระหว่างเขตติดต่อระหว่างที่ดินของโจทก์กับที่ดินของนางเสนาะดังกล่าวมีทางกระบือสาธารณะจากทางทิศใต้ผ่านทางทิศเหนือ เพื่อลงสู่แม่น้ำเก่าปลายนา ปัญหาที่จะวินิจฉัยในประการแรกตามฎีกาของโจทก์มีว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าทางกระบือสาธารณะดังกล่าวอยู่ในเขตที่ดินตามโฉนดของโจทก์ถูกต้องหรือไม่ ในปัญหาดังกล่าวแม้โจทก์จะมีตัวโจทก์ นายกิมซิน แซ่เตียว บิดาโจทก์ และนางทองสุข ศรีเลื่อม มาเบิกความยืนยันว่าไม่มีทางกระบือสาธารณะในที่ดินของโจทก์ แต่โจทก์ก็มิได้นำสืบให้เห็นหรือรับฟังได้ว่าความจริงนั้นทางกระบือสาธารณะนั้นอยู่ในเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 5230 ของนายเสนาะ ฤกษ์ถวิล ตามที่โจทก์กล่าวในคำฟ้องส่วนฝ่ายจำเลยมีนายแสวง กิจพันธ์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าพนักงานที่ดินประจำสำนักงานที่ดินสาขา อำเภอเสนา และเป็นชาวอำเภอเสนานายประสิทธิ์ตรีสารศรี นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเสนาตั้งแต่ พ.ศ. 2511 ตลอดมาและเป็นผู้ที่รู้จักชอบพอกับโจทก์ด้วย และนายพิชัย ฤกษ์ถวิล มาเบิกความยืนยันว่าทางกระบือสาธารณะอยู่ในเขตที่ดินของโจทก์ โดยเฉพาะนายประสิทธิ์ตรีสารศรี นายกเทศมนตรีเบิกความด้วยว่า เมื่อ 5-6 ปีมานี้ตอนนายพิชัย ฤกษ์ถวิลขออนุญาตเทศบาลสร้างรั้วคอนกรีตทางเทศบาลได้ทำการตรวจสอบประกอบกับโฉนดที่ดินของนางเสนาะภรรยานายพิชัยแล้ว ปรากฏว่าแนวรั้วมิได้ล้ำแนวเขตที่ดินของนายเสนาะออกมา นอกจากนี้จำเลยยังมีแผนที่ระวางที่ดินโฉนดเลขที่ 5230 ของนางเสนาะ ฤกษ์ถวิล ท้ายคำให้การจำเลย และแผนที่ระวางหมาย ป.ล.1 มาแสดงว่าในระหว่างที่ดินของโจทก์และของนางเสนาะมีทางกระบือสาธารณะจากทางทิศใต้ไปสู่แม่น้ำเก่าปลายนาทางทิศเหนือของที่ดินโจทก์ และปรากฏจากคำเบิกความของนายพิชัย ฤกษ์ถวิล ว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 5230 ของนางเสนาะออกมาตั้งแต่ ร.ศ. 122 สำหรับที่ดินโฉนดเลขที่ 9863 ตัวโจทก์เบิกความว่าออกโฉนดเมื่อ พ.ศ. 2485 จึงแสดงให้เห็นว่าทางกระบือสาธารณที่พิพาทนี้เป็นทางสาธารณะที่มีมาแต่ก่อน ร.ศ. 122ก่อนที่จะมีการออกโฉนดที่ดินเลขที่ 9863 ของโจทก์ประมาณ 40 ปี แต่ถึงกระนั้น นายประสิทธิ์ ตรีสารศรี พยานจำเลยก็ยังเบิกความว่าจนเดี๋ยวนี้ยังมีสภาพของลำรางอยู่ ซึ่งนายไพฑูรย์ จันทร์ฉาย จ่าศาลผู้ไปทำแผนที่พิพาทพยานโจทก์ก็เบิกความว่าตามแนวรั้วคอนกรีตในที่ดินของโจทก์ไม่มีลักษณะเป็นทางเดินแต่เป็นช่องโล่ง ๆ กว้างประมาณ 2 เมตรไปถึงแม่น้ำซึ่งอยู่ทางหน้าบ้านโจทก์ พยานหลักฐานของจำเลยประกอบกันมีน้ำหนักมั่นคงยิ่งกว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบ รับฟังได้ตามที่จำเลยนำสืบว่าทางกระบือสาธารณะที่พิพาทอยู่นอกเขตโฉนดที่ดินเลขที่ 5230 ของนางเสนาะ ฤกษ์ถวิล แต่อยู่ในเขตโฉนดที่ดินเลขที่ 9863 ของโจทก์ เมื่อเป็นเช่นนี้โฉนดที่ดินของโจทก์เฉพาะส่วนที่ออกทับทางกระบือสาธารณะดังกล่าวจึงเป็นการออกโฉนดให้ไว้โดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะทางกระบือสาธารณะนั้นถึงแม้จะสิ้นสภาพไปเพราะการไม่มีผู้ใดใช้ประโยชน์ก็ยังมีสภาพเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินอยู่ เว้นแต่จะได้โอนไปโดยอาศัยอำนาจแห่งกฎหมายเฉพาะหรือพระราชกฤษฎีกาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1305จำเลยมีอำนาจที่จะเพิกถอน แก้ไขหรือออกใบแทนโฉนดที่ดินของโจทก์ได้ตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 ที่โจทก์ฎีกาในประการต่อไปว่าจำเลยมีคำสั่งเพิกถอนโฉนดที่ดินของโจทก์โดยมิได้พิจารณาคำคัดค้านของโจทก์เสียก่อนตามขั้นตอนที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 นั้น ก็ปรากฏว่าจำเลยได้แจ้งให้โจทก์ทราบและให้โจทก์มีโอกาสที่จะคัดค้านในกรณีที่ปรากฏว่าโฉนดที่ดินของโจทก์ออกมาโดยคลาดเคลื่อนทับทางกระบือสาธารณะครั้งนี้แล้วดังที่ปรากฏตามเอกสารหมาย ป.ล.2 และเมื่อโจทก์ยื่นคำคัดค้านไม่ยอมให้ทำการแก้ไขโฉนดที่ดินของโจทก์แล้ว จำเลยจึงได้มีคำสั่งเพิกถอนโฉนดที่ดินของโจทก์ทั้งฉบับในภายหลังตามคำสั่งเอกสารหมาย ป.ล.4 จึงถือได้ว่าจำเลยได้พิจารณาและปฏิบัติตามขั้นตอนของประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 โดยครบถ้วน" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1968/2525 นายฮุ่ยพ้ง แซ่เตียว โจทก์ อธิบดีกรมที่ดิน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายฮุ่ยพ้ง แซ่เตียว · จำเลย - อธิบดีกรมที่ดิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา พานิชวงศ์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 1405/2515ฎีกา 1331/2479ฎีกา 1532/2509ฎีกา 609/2522ฎีกา 3048/2537ฎีกา 948/2501ฎีกา 2775/2541ฎีกา 659/2529ฎีกา 2128/2542ฎีกา 3752/2529ฎีกา 1036/2506ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1259/2496ฎีกา 337/2535ฎีกา 6620/2550ฎีกา 713/2512ฎีกา 1775-1776/2506ฎีกา 2904/2530ฎีกา 3473/2525ฎีกา 3803/2538ฎีกา 2978/2553ฎีกา 5832/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา