⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1980/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1980/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การดำเนินกระบวนพิจารณาของบุคคลที่ไม่มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาแทนจำเลย เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ผูกพันจำเลย และเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยและเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบนั้นได้ แม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอ้าง

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลชั้นต้นส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยเพื่อทำคำให้การแก้คดีแล้ว จำเลยโดย ป. ผู้รับมอบอำนาจได้แต่งตั้งให้ ส. เป็นทนายความของจำเลย ส. ยื่นคำให้การของจำเลยและดำเนินกระบวนพิจารณาแทนจำเลยต่อมาจนเสร็จคดี แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้มอบอำนาจให้ บ. ดำเนินคดีแทน ดังนั้นการที่ บ. เข้ามาดำเนินคดีแทนจำเลยก็ดี แต่งตั้งให้ ส.เป็นทนายจำเลยก็ดี และการที่ ส. ดำเนินกระบวนพิจารณาแทนจำเลยต่อมาจนเสร็จคดีก็ดี จึงเป็นการกระทำของบุคคลภายนอกที่ไม่มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาแทน จำเลย การดำเนินกระบวนพิจารณาของบุคคลดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ผูกพันจำเลย กรณีดังกล่าวข้างต้นเป็นเรื่องที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรม และเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 27 แม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอ้าง เมื่อความปรากฏแก่ศาลฎีกา ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยและให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบนั้นได้ เมื่อปรากฏว่าจำเลยทั้งหมดถูกฟ้องให้รับผิดร่วมกันอันเป็นหนี้ร่วม ก็สมควรให้ยกคำพิพากษาของศาลล่างตลอดไปถึงจำเลยอื่นด้วย (วรรคสองอ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 345/2520)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.60 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.61 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.245 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน สัญญาจะจ่ายเงินแก่โจทก์เมื่อทวงถาม จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ลงชื่อในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน และในฐานะส่วนตัวเป็นผู้รับอาวัล โจทก์ทวงถามให้ใช้เงินแล้ว จำเลยไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เงินตามตั๋วและดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ต่อมาศาลได้จำหน่ายคดีเพราะถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จำเลยที่ ๒ โดยนางบังอร ผู้รับมอบอำนาจให้การต่อสู้หลายประการว่าจำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๓ ให้การต่อสู้หลายประการว่าไม่ต้องรับผิดตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้องเช่นกัน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า ในกรณีที่โจทก์ไม่ได้รับชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินจากจำเลยที่ ๑ หรือได้รับชำระไม่ครบ ให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ร่วมกันชำระแทนหรือชำระจนครบแล้วแต่กรณี จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏว่าศาลชั้นต้นส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยที่ ๒ ทำคำให้การแก้คดีโดยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๒๐ ซึ่งจะครบกำหนดยื่นคำให้การในวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๒๐ ในวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๒๐ จำเลยที่ ๒ โดยนางบังอร วรรณึกกุล ผู้รับมอบอำนาจได้แต่งตั้งให้นายสุรพันธ์ ทิมกระจ่าง เป็นทนายความของจำเลยที่ ๒ โดยนางบังอร วรรณึกกุล ลงชื่อเป็นผู้แต่งทนายความนายสุรพันธ์ ทิมกระจ่าง ได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดีแทนจำเลยที่ ๒ ในวันเดียวกันนั้น และได้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อมาจนเสร็จคดี แต่ไม่ปรากฏว่านายวีระชัย วรรณึกกุลจำเลยที่ ๒ ได้มอบอำนาจให้นางบังอร วรรณึกกุล ดำเนินคดีแทน ดังนั้นการที่นางบังอร วรรณึกกุลเข้ามาดำเนินคดีแทนจำเลยที่ ๒ ก็ดี แต่งตั้งให้นายสุรพันธ์ ทิมกระจ่าง เป็นทนายจำเลยที่ ๒ ก็ดี และการที่นายสุรพันธ์ ทิมกระจ่าง ดำเนินกระบวนพิจารณาแทนจำเลยที่ ๒ ต่อมาจนเสร็จคดีก็ดี จึงเป็นการกระทำของบุคคลภายนอกที่ไม่มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาแทนจำเลยที่ ๒ การดำเนินกระบวนพิจารณาของบุคคลดังกล่าว จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีผลผูกพันจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นคู่ความในคดีเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรม และเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ แม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอ้างเมื่อความปรากฏแก่ศาลฎีกา ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยได้ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๓๔๕/๒๕๒๐ ระหว่างนางกิมฮวง แซ่ตั้ง โจทก์นางสาลี่ ยอดใจ จำเลย โดยที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ถูกโจทก์ฟ้องให้รับผิดร่วมกันอันเป็นหนี้ร่วมจึงเห็นสมควรยกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองตลอดไปถึงจำเลยที่ ๓ พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่เฉพาะที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ โดยไม่รับใบแต่งทนายความและคำให้การของจำเลยที่ ๒ ให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นเฉพาะที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ ทั้งหมดตั้งแต่วันพ้นกำหนดเวลาที่จำเลยที่ ๒ จะต้องยื่นคำให้การ แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ให้ถูกต้อง เสร็จแล้วให้พิพากษาใหม่ตลอดไปถึงจำเลยที่ ๓ ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1980/2525 บริษัทเงินทุนสากล จำกัด กับพวก โจทก์ บริษัทการบินแอร์สยาม จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุนสากล จำกัด กับพวก · จำเลย - บริษัทการบินแอร์สยาม จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลูตม์ สวัสดิทัต · วัฒน์ ผดุงจิตร · บรรเทอง ภู่กฤษณา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายแถม กุลนานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 280/2530ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1022/2551ฎีกา 1572/2511ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 3589/2525ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6911/2544ฎีกา 8108/2542ฎีกา 2520/2544ฎีกา 1170/2505ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 1660/2518ฎีกา 4470/2543ฎีกา 3190/2530ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา