⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2184-2195/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2184-2195/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. คดีอุทธรณ์คำพิพากษาในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่พิพาทกัน ย่อมมีสิทธิ์อุทธรณ์ฎีกาได้ 2. ที่ดินอันเป็นที่วัด ไม่อาจโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามกฎหมาย และบุคคลใดจะยกอายุความขึ้นต่อสู้กับวัดในเรื่องทรัพย์สินอันเป็นที่วัดหาได้ไม่

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและจำเลยร่วมออกจากที่ดิน จำเลยและจำเลยร่วมต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของตนจึงเป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ และจำเลยทุกสำนวนได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ คู่ความย่อมมีสิทธิ์อุทธรณ์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224, 248 ที่พิพาทแปลงใหญ่เป็นของวัดโจทก์ แม้ที่พิพาทบางแปลงจะมีโฉนดที่ดินมีชื่อจำเลยและจำเลยร่วมในโฉนด จำเลยและจำเลยร่วมก็หาได้กรรมสิทธิ์ในที่ของวัดโจทก์ไม่ เพราะที่วัดจะโอนกรรมสิทธิ์ได้ก็แต่โดยพระราชบัญญัติ และบุคคลใดจะยกอายุความขึ้นต่อสู้กับวัดในเรื่องทรัพย์สินอันเป็นที่วัดหาได้ไม่ ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์พ.ศ. 2505 มาตรา 34

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ม.34

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสิบสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นสั่งให้พิจารณาและพิพากษารวมกัน โจทก์ฟ้องทั้งสิบสองสำนวนทำนองเดียวกันว่า วัดเขาไกรลาศโจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายและเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองที่ดินหนึ่งแปลงคือที่พิพาทคดีนี้ เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๙๙ จำเลยทั้งสิบสองสำนวนขออาศัยปลูกบ้านในที่ดินที่โจทก์ครอบครอง ต่อมา พ.ศ. ๒๕๑๗ จำเลยทุกคนต่างได้นำเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดที่ดินที่จำเลยขออาศัยดังกล่าวอ้างว่าเป็นของจำเลยแต่ละคน โจทก์ไปคัดค้าน ทางราชการจึงไม่ออกโฉนดให้จำเลยทั้งสิบสอง ขอให้พิพากษาขับไล่จำเลยทั้งสิบสองและบริวารออกจากที่ดินโจทก์ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยทั้งสิบสองสำนวนให้การทำนองเดียวกันว่า โจทก์มีเพียงสิทธิอาศัยอยู่บนที่ดินเนินเขาอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ไม่มีสิทธิใด ๆในการออกเอกสารสิทธิครอบครองหรือโฉนดอย่างใด จำเลยทั้งสิบสองอาศัยอยู่ในที่พิพาทอันเป็นที่สาธารณะเป็นเวลาหลายปีแล้ว ทางราชการอนุญาตให้ปลูกสร้างบ้านเรือนในที่พิพาทและออกเลขทะเบียนบ้านให้โดยชอบ ต่อมาพวกจำเลยขอออกโฉนดที่ดินเป็นของตน ทางราชการนำโฉนดมาแจกให้จำเลยกับพวกแล้วแต่ผู้แทนโจทก์มาคัดค้าน ทางราชการจึงไม่แจกโฉนดให้ ความจริงแล้วที่ดินที่จำเลยครอบครองเป็นที่ดินมีโฉนดหาใช่ที่ดินของโจทก์ไม่ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลย โจทก์ชอบที่จะฟ้องทางราชการเพิกถอนการออกโฉนด หากที่ดินเป็นของโจทก์จริง โจทก์ไม่เสียหาย ขอให้ยกฟ้อง ก่อนสืบพยาน ผู้ร้องทั้งสิบหกคนร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ขับไล่จำเลย จำเลยร่วมและบริวารออกจากที่พิพาทและให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยทั้งสิบสองและจำเลยร่วมทั้งสิบหกร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว ให้รับฎีกาเฉพาะจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๙ และที่ ๑๑ที่ ๑๒ จำเลยร่วมที่ ๑ และที่ ๓ ถึงที่ ๑๖ จำเลยและจำเลยร่วมฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายข้อแรกว่าคดีทุกสำนวนเป็นคดีมีทุนทรัพย์อย่างสูงไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท และเรียกร้องค่าเสียหายไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาทต่อเดือน คดีต้องห้ามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จึงวินิจฉัยคดีนี้ไม่ชอบ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและจำเลยร่วมออกจากที่ดิน จำเลยและจำเลยร่วมต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของตน จึงเป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์และจำเลยทุกสำนวนได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์คู่ความย่อมมีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๔, ๒๔๘ ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๘มาตรา ๓, ๖ จำเลยและจำเลยร่วมฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายอีกข้อหนึ่งว่าจำเลยและจำเลยร่วมบางคนได้รับโฉนดที่ดินในที่พิพาทไปแล้ว ต้องถือว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ขับไล่ออกจากที่ดินของผู้มีกรรมสิทธิ์จึงไม่ชอบ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าที่พิพาทเป็นที่วัดเขาไกรลาศ ฉะนั้น แม้ที่พิพาทบางแปลงจะมีโฉนดที่ดินเป็นหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ จำเลยและจำเลยร่วมก็หาได้กรรมสิทธิ์ในที่ของวัดโจทก์ไม่ เพราะที่วัดจะโอนกรรมสิทธิ์ได้ก็แต่โดยพระราชบัญญัติ และบุคคลใดจะยกอายุความขึ้นต่อสู้กับวัดในเรื่องทรัพย์สินอันเป็นที่วัดก็ไม่ได้ด้วย ดังที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕มาตรา ๓๔ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2184 - 2195/2525 วัดเขาไกรลาศ โจทก์ นายเจือ พึ่งเจาะ จำเลย นายสมุย สุขศรี กับพวก จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - วัดเขาไกรลาศ · จำเลย - นายเจือ พึ่งเจาะ · จำเลยร่วม - นายสมุย สุขศรี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พูน จักรเสน · สมชัย ทรัพยวณิช · อนุวัตร บุนนาค
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ - นายกำพล ภู่สุดแสง · ศาลอุทธรณ์ - นายเทพ ภักดีศุภผล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7578/2538ฎีกา 7158/2538ฎีกา 576/2540ฎีกา 142/2492ฎีกา 5302/2548ฎีกา 1015/2509ฎีกา 2563/2543ฎีกา 8903/2553ฎีกา 824/2519ฎีกา 1679/2540ฎีกา 1590/2513ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 1168/2520ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1229/2545ฎีกา 2812/2539ฎีกา 1030/2509ฎีกา 817/2490ฎีกา 1339/2543ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2186/2550ฎีกา 5894/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา