⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2230/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2230/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยนำเจ้าพนักงานไปทำการรังวัดปักเขตเพื่อออก น.ส. 3 และต่อมาทางการได้ออก น.ส. 3 ให้จำเลย เมื่อจำเลยยังไม่ได้เข้าครอบครองที่พิพาท ก็ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้แย่งการครอบครองที่พิพาทจากโจทก์และแม้การรังวัดและออก น.ส. 3 นั้นจะเกิน 1 ปี โจทก์ก็ยังไม่หมดสิทธิฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาท

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยนำเจ้าพนักงานไปทำการรังวัดปักเขตเพื่อออกน.ส. 3 และต่อมาทางการได้ออก น.ส. 3 ให้จำเลย เมื่อจำเลยยังไม่ได้เข้าครอบครองที่พิพาท ก็ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้แย่งการครอบครองที่พิพาทจากโจทก์และแม้การรังวัดและออก น.ส. 3 นั้นจะเกิน 1 ปี โจทก์ก็ยังไม่หมดสิทธิฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่พิพาท ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องและให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่าที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดิน น.ส.3 เอกสารหมาย ล.1 หรือ จ.2 ซึ่งมีชื่อจำเลยเป็นเจ้าของ ที่พิพาทอยู่ส่วนทางด้านทิศตะวันออก น.ส. 3 นี้ทางการออกให้จำเลยเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2518 คดีมีปัญหาวินิจฉัยว่า โจทก์หรือจำเลยเป็นผู้ครอบครองที่พิพาท และโจทก์ฟ้องเอาคืนการครอบครองเกินกว่า 1 ปีแล้วหรือไม่ ในปัญหาข้อแรก จากพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายและแผนที่กลางปรากฏว่า ทางทิศตะวันออกของที่พิพาทจดคลองหรือลำรางสาธารณะเดิมที่พิพาทเป็นของนายพรัด เมื่อ พ.ศ. 2498 จำเลยแจ้งการครอบครองที่ดินว่าที่ดินของจำเลยทางทิศตะวันออกจดนาของนายพรัด โจทก์มีนายพรัด นายคล้อยและนายกล่อยเบิกความสนับสนุนว่า นายพรัดขายที่พิพาทให้โจทก์เมื่อ พ.ศ. 2515และได้ทำสัญญาซื้อขายกันเองโดยนายคล้อยเป็นผู้เขียน นายกล่อยและนายสมทบ เป็นพยานปรากฏตามเอกสารหมาย จ.1 แล้วนายพรัดยังมอบการครอบครองที่พิพาทให้โจทก์และโจทก์ครอบครองที่พิพาทตลอดมาจนบัดนี้ นอกจากนี้โจทก์ยังมีนายสีนวลเจ้าของที่ดินข้างเคียงที่พิพาทเบิกความสนับสนุนอีกว่า นายพรัดขายที่พิพาทให้โจทก์มาประมาณ 8 ปีแล้ว โจทก์เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาทตลอดมาจนบัดนี้ ไม่เคยเห็นจำเลยเข้าทำประโยชน์ในที่พิพาท คำเบิกความของพยานดังกล่าวของโจทก์มีน้ำหนักดีเพราะไม่ปรากฏว่าเป็นญาติกับโจทก์หรือมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลย ที่จำเลยอ้างว่า จำเลยเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาทตลอดมาเป็นเวลาเกือบ 40 ปีแล้วนั้น หากเป็นความจริง เมื่อแจ้งการครอบครองที่ดิน จำเลยน่าจะแจ้งว่าที่ดินของจำเลยทางทิศตะวันออกจดคลองหรือลำรางสาธารณะ ไม่น่าจะแจ้งว่าจดนาของนายพรัด ส่วนที่จำเลยมีนายหน่อยและนายเยื้อนเบิกความเป็นพยานว่า เห็นจำเลยครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาทมาประมาณ 10 ปีแล้วนั้น ก็เชื่อไม่ได้ เพราะจำเลยเบิกความว่าจำเลยและภริยาพร้อมกับบุตรคนเล็กย้ายไปอยู่และทำนาทำสวนที่ตำบลเกาะเต่ามา 10 ปีเศษแล้ว พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของจำเลย ศาลฎีกาเชื่อว่าโจทก์เป็นผู้ครอบครองที่พิพาท ปัญหาข้อสอง จำเลยอ้างว่า การที่จำเลยนำพนักงานเจ้าหน้าที่ไปทำการรังวัดปักหลักเขตที่ดินเพื่อออก น.ส.3 ที่ดินแปลงดังกล่าวเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม2517 โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2523 โจทก์หมดสิทธิฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเพียงแต่จำเลยนำเจ้าหน้าที่ไปทำการรังวัดปักเขตเพื่อออกน.ส.3 และแม้ต่อมาทางการได้ออก น.ส.3 ให้จำเลยเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2518 ก็ตาม ก็ยังไม่ถือว่าจำเลยได้แย่งการครอบครองที่พิพาทจากโจทก์แต่อย่างใดเพราะจำเลยมิได้เข้าครอบครองที่พิพาทดังได้วินิจฉัยแล้ว โจทก์จึงยังไม่หมดสิทธิฟ้องเอาคืน ซึ่งการครอบครองที่พิพาท" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2230/2525 นางเขียว รอดชู โจทก์ นายรุ่ง เกื้อทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเขียว รอดชู · จำเลย - นายรุ่ง เกื้อทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บรรเทอง ภู่กฤษณา · ชลูตม์ สวัสดิทัต · สุรัช รัตนอุดม
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3089/2537ฎีกา 3421/2538ฎีกา 1153/2501ฎีกา 6405/2550ฎีกา 7619/2543ฎีกา 2113-2114/2530ฎีกา 1686/2520ฎีกา 7706/2548ฎีกา 2938/2519ฎีกา 5393/2540ฎีกา 5051/2541ฎีกา 1131/2502ฎีกา 7214/2538ฎีกา 1575/2531ฎีกา 2923/2535ฎีกา 7546/2542ฎีกา 178/2485ฎีกา 1093/2500ฎีกา 5007/2540ฎีกา 1348/2508ฎีกา 4303/2530ฎีกา 2792/2535ฎีกา 459/2546ฎีกา 344/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา