คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2710/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้ลงโทษจำเลยในข้อหาฐานลักทรัพย์แต่เพียงฐานเดียว ข้อหาฐานรับของโจรที่ศาลชั้นต้นไม่ได้ลงโทษจำเลยนั้น ถือเป็นอันยุติไปแล้ว
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยในข้อหาฐานลักทรัพย์แต่เพียงฐานเดียว เมื่อโจทก์ไม่อุทธรณ์ ต้องถือว่าข้อหาฐานรับของโจรเป็นอันยุติไปแล้ว การที่จำเลยอุทธรณ์ในข้อหาฐานรับของโจรว่าเป็นฟ้องซ้ำจึงไม่เป็นประโยชน์แก่คดีแต่อย่างใด ไม่ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยให้ เมื่อโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรอีกศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร รถจักรยานยนต์ของนายสตุ้ง แซ่ตัง และนับโทษต่อจากอีกคดีหนึ่ง
จำเลยให้การปฏิเสธแต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์และให้นับโทษต่อตามที่โจทก์ขอ
จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องในความผิดฐานลักทรัพย์ส่วนข้อหาฐานรับของโจรเป็นฟ้องซ้ำกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1494/2524ของศาลจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจำเลยถูกศาลพิพากษาลงโทษไปแล้วจึงลงโทษจำเลยอีกไม่ได้
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ในข้อหาลักทรัพย์นั้นโจทก์ไม่มีพยานมาสืบว่าจำเลยเป็นคนร้ายลักทรัพย์ของผู้เสียหายไป ส่วนข้อหาฐานรับของโจรเห็นว่าเป็นฟ้องซ้ำตามที่จำเลยอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกาว่าพยานโจทก์ที่นำสืบรับฟังได้ว่า จำเลยเป็นคนร้ายที่ลักทรัพย์หรือรับของโจรตามฟ้อง และในข้อหารับของโจรนั้นไม่เป็นฟ้องซ้ำ ขอให้ลงโทษจำเลยฐานใดฐานหนึ่งตามฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพยานโจทก์ไม่พอฟังว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์ส่วนข้อหาฐานรับของโจรนั้นเห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจรฐานใดฐานหนึ่ง ปรากฏว่าศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหาฐานลักทรัพย์และโจทก์ไม่อุทธรณ์ กรณีจึงต้องถือว่าข้อหาความผิดฐานรับของโจรตามฟ้องได้ยุติไปแล้วตั้งแต่ศาลชั้นต้น ถึงแม้ว่าจำเลยจะได้อุทธรณ์ในข้อความผิดฐานรับของโจรว่าเป็นฟ้องซ้ำ จะลงโทษจำเลยในข้อหานี้อีกไม่ได้ก็ตาม ก็ไม่มีประโยชน์แก่คดีแต่อย่างใด เพราะศาลชั้นต้นไม่ได้ลงโทษจำเลยในข้อหานี้อยู่แล้วจึงไม่ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยข้ออุทธรณ์ดังกล่าว ดังนั้นเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยไม่มีความผิดในข้อหาลักทรัพย์แล้วโจทก์ย่อมฎีกาได้เฉพาะในข้อหาลักทรัพย์เท่านั้น จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหารับของโจรซึ่งยุติไปแล้วตั้งแต่ศาลชั้นต้นอีกไม่ได้ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ที่ขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาฐานรับของโจรรวมทั้งที่ว่าไม่เป็นฟ้องซ้ำด้วย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2710/2525
พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์
นายอำนวย แย้มกระโทก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายอำนวย แย้มกระโทก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุทิน เลิศวิรุฬห์ · เริ่ม ธรรมดุษฎี · อำนวย อินทุภูติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา