⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3226/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3226/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* คำสั่งอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องระบุข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตให้ฎีกาตามกฎหมาย * การกล่าวหาว่าบุคคลเป็น "มารศาสนา" ต่อหน้าบุคคลนั้น ถือเป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้าตามกฎหมายอาญา

ย่อคำพิพากษา

ผู้พิพากษาในศาลชั้นต้นซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาสั่งในคำร้องขอให้รับฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงว่า "พิเคราะห์แล้วเห็นว่าเป็นกรณีมีเหตุผลสมควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาจึงอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้" คำสั่งดังกล่าวถือไม่ได้ว่าได้อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เพราะในคำสั่งมิได้แสดงว่ามีข้อความใดที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 คำว่า "มารศาสนา" ตามความหมายในพจนานุกรม หมายถึงบุคคลผู้มีใจบาปหยาบช้าคอยกีดกันไม่ให้ผู้อื่นทำบุญและกีดกันบุญกุศลที่จะมาถึงตน ซึ่งเป็นบุคคลประเภทที่ สาธารณชนย่อมรังเกียจที่จะคบหาสมาคมด้วย จำเลยพูดว่าผู้เสียหายด้วยถ้อยคำดังกล่าวต่อหน้าผู้เสียหาย จึงต้องมีความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393 โดยโจทก์ไม่ต้องนำสืบอธิบายความหมายอีก เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันอยู่ทั่วไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.221 ประมวลกฎหมายอาญา ม.393

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๒๓ เวลากลางวัน จำเลยได้ดูหมิ่นนายนิล ใจกว้าง ผู้เสียหาย ซึ่งหน้า โดยจำเลยพูดว่า "มารศาสนา" เหตุเกิดที่ตำบลเกาะหวาน อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษปรับ ๑,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับปัญหาข้อเท็จจริง ปรากฏว่าผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น มีคำสั่งในคำร้องที่จำเลยขอให้รับรองให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงว่า "พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าเป็นกรณีมีเหตุผลสมควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา จึงอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้" เห็นได้ว่าคำสั่งดังกล่าวมิได้มีข้อความใดที่แสดงว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตให้ฎีกา กรณีจึงถือไม่ได้ว่าผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษานั้นได้อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาจึงรับวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงให้ไม่ได้ สำหรับข้อความว่า "มารศาสนา" ซึ่งจำเลยพูดว่าผู้เสียหาย จะเป็นถ้อยคำดูหมิ่นผู้เสียหายหรือไม่ และเป็นปัญหาข้อกฎหมายนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าตามความหมายในพจนานุกรมสรุปรวมความแล้ว หมายถึงบุคคลผู้มีใจบาปหยาบช้าคอยกีดกันไม่ให้ผู้อื่นทำบุญและกีดกันบุญกุศลที่จะมาถึงตน ซึ่งเป็นบุคคลประเภทที่สาธารณชนย่อมรังเกียจที่จะคบหาสมาคมด้วย เมื่อจำเลยพูดว่าผู้เสียหายด้วยถ้อยคำดังกล่าว ต่อหน้าผู้เสียหายและเจ้าหน้าที่ตำรวจพยานโจทก์ ย่อมทำให้ผู้เสียหายถูกดูถูกเหยียดหยามทำให้ได้รับความอับอายจำเลยย่อมมีความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า และคำว่า "มารศาสนา" เป็นถ้อยคำภาษาไทยที่สามัญชนฟังแล้วย่อมเข้าใจได้ในตัวเองว่ามีความหมายดังกล่าวข้างต้น มิใช่ถ้อยคำพิเศษที่สามัญชนฟังแล้วไม่เข้าใจ จึงเป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันอยู่ทั่วไป โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องนำสืบอธิบายความหมายอีก และไม่อาจถือได้ว่าเป็นคำติชมตามปกติวิสัยหรือเป็นคำพูดประชดประชันแดกดันดังที่จำเลยฎีกา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3226/2525 พนักงานอัยการจังหวัดนครนายก โจทก์ นายธงชัย เจริญพร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครนายก · จำเลย - นายธงชัย เจริญพร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา พานิชวงศ์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครนายก - นายวิเชียร มงคล · ศาลอุทธรณ์ - นายเสวก จันทร์ผ่อง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 541/2504ฎีกา 3399/2568ฎีกา 1209/2563ฎีกา 3416/2540ฎีกา 7111/2559ฎีกา 2314/2529ฎีกา 591/2540ฎีกา 568/2528ฎีกา 3578/2538ฎีกา 2186/2550ฎีกา 1689/2566ฎีกา 1398/2506ฎีกา 110/2516ฎีกา 1746/2524ฎีกา 3937/2553ฎีกา 856-857/2502ฎีกา 2256/2537ฎีกา 3213/2522ฎีกา 1613/2547ฎีกา 1105/2519ฎีกา 191/2520ฎีกา 1167/2532ฎีกา 437/2542ฎีกา 8791/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา