คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3403/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดอาญาโดยตรงต้องเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายโดยตรง ผู้ที่ได้รับความเสียหายทางอ้อมจากการกระทำผิดอาญาไม่มีอำนาจฟ้องในฐานะผู้เสียหายตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
การที่โจทก์ที่ 5 ซึ่งเป็นผู้รับจ้างทำไม้ให้แก่ผู้มีชื่อ ได้ว่าจ้างโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ทำไม้นั้นอีกทอดหนึ่ง และต่อมาจำเลยจับกุมโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ในข้อหาทำไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้โจทก์ที่ 5เสียหายขาดรายได้ไม่ได้รับค่าจ้างจากผู้มีชื่อนั้นการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำต่อโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 เท่านั้น ถือไม่ได้ว่าโจทก์ที่ 5 ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดอาญาโดยตรง โจทก์ที่ 5 จึงไม่ใช่ผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) และไม่มีอำนาจฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า นายสุวิทย์ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานให้ทำไม้ในที่ดินของตนเองได้ โจทก์ที่ 5 รับจ้างนายสุวิทย์ทำไม้ดังกล่าวโดยว่าจ้างโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 เป็นผู้ทำไม้นั้นอีกช่วงหนึ่ง จำเลยทั้งสามซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจร่วมกันจับกุมโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ในข้อหาทำไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตยึดเครื่องจักรเลื่อยไม้ไป แต่มิได้นำโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 และเครื่องจักรเลื่อยไม้ส่งพนักงานสอบสวนตามหน้าที่ เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริตนอกจากนี้จำเลยทั้งสามมีอาวุธปืนร่วมกันปล้นทรัพย์เอาเครื่องจักรเลื่อยไม้ดังกล่าวไป และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง ข่มขืนใจโจทก์ทั้งสี่ไว้ที่บ้านผู้อื่นมิได้นำส่งพนักงานสอบสวน เป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสี่ปราศจากเสรีภาพในร่างกายขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 200, 340,340 ตรี, 309, 310, 83, 90, 91
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์ทั้งห้าอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ประทับฟ้องของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 309, 310 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ที่ 5 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาว่าโจทก์ที่ 5 เป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องจำเลยในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่ที่โจทก์ที่ 5 ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ปฏิบัติการเลื่อยไม้ตามที่ได้รับมอบหมายจากโจทก์ที่ 5 ไม่สำเร็จ ทำให้โจทก์ที่ 5 เสียหายขาดรายได้ไม่ได้รับค่าจ้างจากนายสุวิทย์นั้น เห็นว่าการกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการกระทำต่อโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 เท่านั้น แม้จะฟังว่าโจทก์ที่ 5 ได้รับความเสียหายดังกล่าว ก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์ที่ 5 ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดอาญาโดยตรง โจทก์ที่ 5 จึงไม่ใช่ผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) ไม่มีอำนาจฟ้อง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3403/2525
นายคล้อย จันทร์สุข กับพวก โจทก์
ร้อยตำรวจตรีทรงคุณ ฐานะวร กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายคล้อย จันทร์สุข กับพวก · จำเลย - ร้อยตำรวจตรีทรงคุณ ฐานะวร กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประสม ศรีเจริญ · อุดม บรรลือสินธุ์ · กิติ บูรพรรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา