⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3428/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3428/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ที่ดินที่ถูกล้อมมีทางออกสู่ทางสาธารณะได้ แม้จะต้องข้ามคูน้ำกว้างประมาณ 4-5 เมตร ก็ไม่ถือเป็นกรณีที่เจ้าของที่ดินจะฟ้องขอให้เปิดทางจำเป็นได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 วรรคสอง

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินที่ถูกล้อมมีทางออกสู่ทางสาธารณะได้ แต่ต้องข้ามคูน้ำกว้างประมาณ 4 - 5 เมตร มิใช่สระหรือบึงกรณีไม่เข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1349 วรรคสอง เจ้าของที่ดินดังกล่าวจึงฟ้องขอให้เปิดทางจำเป็นหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1349

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๗๒๐ และ ๑๙๐๖๙ ซึ่งถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมรอบจนไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะได้ ในการเดินทางออกจากที่ดินของโจทก์สู่ทางสาธารณะต้องผ่านที่ดินโฉนดที่ ๕๔๑ ของจำเลยซึ่งเป็นถนนอยู่แล้วเพื่อไปออกสู่ถนนสาธารณะ ขอให้บังคับให้ที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๔๑ ของจำเลยตกเป็นทางจำเป็นของที่ดินโจทก์ทั้งสองแปลง ห้ามจำเลยและบริวารขัดขวางการใช้ทางจำเป็นของโจทก์และบริวาร จำเลยให้การที่ดินของโจทก์ด้านทิศเหนือติดถนนซึ่งติดกับซอยอุดมเดชใช้เป็นทางเข้าออกได้สะดวก ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๔๑ ของจำเลยจากโจทก์จำเป็นต้องใช้ถนนของจำเลย โจทก์ต้องใช้ค่าทดแทน ขอให้พิพากษายกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินของจำเลยโฉนดเลขที่ ๕๔๑ ตกเป็นทางจำเป็นของที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๗๒๐ ตามแนวที่กำหนดไว้ในแผนที่พิพาท ทั้งนี้โดยให้โจทก์ใช้ค่าทดแทนแก่จำเลยในอัตรา ไร่ละ ๓,๕๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้โจทก์ใช้ค่าทดแทนในอัตราไร่ละ ๕,๐๐๐ บาทต่อจำนวนเนื้อที่ดินโจทก์โฉนดเลขที่ ๒๗๒๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โจทก์, จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลชั้นต้นออกไปเดินเผชิญสืบจำเลยได้ชี้ให้โจทก์ออกทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งมีที่ดินของนางจำปี เหมือนเดช คั่นอยู่ โจทก์แถลงว่าสุดถนนที่นางจำปีทำขึ้นจะติดต่อกับซอยอุดมเดชมีคูน้ำคั่นอยู่ ซึ่งศาลชั้นต้นได้ตรวจดูแล้วปรากฏว่าคูดังกล่าวกว้างประมาณ ๔-๕ เมตร มีสะพานไม้กว้างประมาณ ๑ เมตรสำหรับคนเดินข้ามและที่ดินของนางจำปีมีอาณาเขตติดกับที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๗๒๐ เมื่อจำเลยนำชี้ว่าที่ดินตามรูปเส้นสีน้ำเงิน เป็นถนน และเมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยก็กล่าวว่าหากโจทก์ใช้เส้นทางดังกล่าวนี้เป็นเส้นทางผ่านไปสู่ทางสาธารณะแล้วย่อมจะไม่สะดวกอย่างเห็นได้ชัดแจ้ง ดังนี้ ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังว่ามีเส้นทางติดกับที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๗๒๐ ของโจทก์ทางด้านที่จำเลยนำชี้ดังกล่าวข้างต้น แต่การที่โจทก์จะไม่ใช้เส้นทางดังกล่าวกรณีจะต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๔๙ วรรคสอง ซึ่งบัญญัติบังคับไว้ว่า "ที่ดินแปลงใดมีทางออกได้แต่เมื่อต้องข้ามสระ บึง หรือทะเล หรือมีที่ชันอันระดับที่ดินกับทางสาธารณะสูงกว่ากันมากไซร้ท่านว่าให้ใช้ความในวรรคต้นบังคับ" เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าสุดถนนของนางจำปีเป็นคูกว้างประมาณ ๔-๕ เมตร มิใช่สระหรือบึง กรณีจึงไม่เข้าข้อยกเว้นตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๔๙ วรรคสองบัญญัติไว้ รูปคดีจึงไม่มีทางบังคับให้จำเลยเปิดทางจำเป็นในที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๔๑ ได้ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3428/2525 นางบุญศรี แก้วนุ่ม โจทก์ นายประเสริฐ เนียมสุข กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบุญศรี แก้วนุ่ม · จำเลย - นายประเสริฐ เนียมสุข กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสาท บุณยรังษี · ไพบูลย์ ไวกาสี · ชูเชิด รักตะบุตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายปัญญา บุญเรือง · ศาลอุทธรณ์ - นายปลื้ม โชติษฐยางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6161/2538ฎีกา 1768/2548ฎีกา 1241/2491ฎีกา 3029/2538ฎีกา 9374/2538ฎีกา 9248/2544ฎีกา 475/2546ฎีกา 404/2507ฎีกา 1313/2493ฎีกา 389/2541ฎีกา 4564/2543ฎีกา 6369/2550ฎีกา 1730/2503ฎีกา 640/2510ฎีกา 1370/2520ฎีกา 653/2516ฎีกา 326/2533ฎีกา 7524/2538ฎีกา 311/2489ฎีกา 2490/2516ฎีกา 2714/2525ฎีกา 1194/2508ฎีกา 922/2520ฎีกา 6229/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา