⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3517/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3517/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้รับประกันภัยได้ใช้เงินค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยแล้ว ผู้รับประกันภัยย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยที่มีต่อบุคคลภายนอกผู้ก่อวินาศภัยได้ โดยไม่จำต้องมีนิติสัมพันธ์ต่อกัน

ย่อคำพิพากษา

คดีมีทุนทรัพย์ 42,000 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดย วินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดีไม่ขาดอายุความ แต่มีเหตุที่จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดคงต้องรับผิดเฉพาะจำเลยที่ 3 จึงพิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยที่ 3 ใช้เงิน 40,000 บาทแก่โจทก์ การแก้ไขเช่นนี้เป็นการแก้ความรับผิดของจำเลยที่ 3 ให้รับผลตรงข้ามกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น จึงเป็นการแก้ไขมากจำเลยที่ 3 ฎีกาข้อเท็จจริงได้ โจทก์รับประกันภัยรถยนต์คันที่หายไว้และได้ใช้เงินค่ารถยนต์ให้แก่ผู้รับประโยชน์ไปแล้ว โจทก์ย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยและของผู้รับประโยชน์ซึ่งมีต่อบุคคลภายนอกผู้ก่อวินาศภัยด้วยอำนาจกฎหมาย โดยโจทก์และบุคคลภายนอกนั้นไม่จำต้องมีนิติสัมพันธ์ต่อกัน ผู้เอาประกันภัยได้เช่าซื้อรถยนต์มาจากผู้รับประโยชน์แล้วให้จำเลยที่ 2 เช่าไป จำเลยที่ 2 นำรถยนต์นั้นไปฝากไว้แก่จำเลยที่ 3 แล้วหายไปเพราะจำเลยที่ 3 ผิดสัญญาฝากทรัพย์ จำเลยที่ 3 ย่อมต้องรับผิดต่อผู้เอาประกันภัยและผู้รับประโยชน์ เพราะเป็นเหตุให้ผู้เอาประกันภัยไม่ได้รถยนต์ที่ให้เช่าคืน โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยและผู้รับประโยชน์จึงมีสิทธิฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยที่ 3 ได้ ขณะที่จำเลยที่ 2 นำรถยนต์ไปจอดที่ปั๊มน้ำมันของจำเลยที่ 3 นั้นจำเลยที่ 3 ก็อยู่ที่ปั๊มน้ำมันและได้รับเงิน 5 บาทที่จำเลยที่ 2มอบให้แก่พนักงานของจำเลยที่ 3 ไว้แล้วรถที่นำมาจอดรายวันและจะจอดตรงไหนก็ได้ในลานจอดรถ จำเลยที่ 3 ประจำอยู่ที่ปั๊มน้ำมันตั้งแต่เวลา 18 นาฬิกาจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้นอันเป็นเวลากลางคืนแสดงว่าจำเลยที่ 3 ผู้เป็นเจ้าของปั๊มคอยดูแลรับผิดชอบทรัพย์สินภายในบริเวณปั๊มทั้งหมดรวมถึงรถยนต์ที่จอดด้วยพฤติการณ์ที่ปั๊มน้ำมันของจำเลยที่ 3 ปฏิบัติต่อลูกค้าดังกล่าวเห็นได้ว่าจำเลยที่ 3 ยอมรับรถยนต์จากผู้อื่นมาอยู่ในความอารักขาของจำเลยที่ 3 ที่ปั๊มน้ำมันแล้วเข้าลักษณะฝากทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 657หาใช่เป็นการให้เช่าที่จอดรถยนต์ไม่ แม้ผู้นำรถยนต์มาจอดไม่ต้องมอบกุญแจรถให้ไว้ก็ดีจะนำรถคืนไปเมื่อใดก็ได้โดยไม่ต้องบอกจำเลยที่ 3 ก่อนก็ดีที่บริเวณกำแพงข้างปั๊มน้ำมันมีข้อจำกัดความรับผิดของจำเลยที่ 3เขียนไว้ก็ดีก็ไม่ทำให้รถยนต์ที่นำมาจอดไม่อยู่ในความอารักขาของจำเลยที่ 3 เมื่อทรัพย์ที่รับฝากสูญหายไป ผู้รับฝากก็ต้องใช้ราคาทรัพย์ที่รับฝากไว้แทนตัวทรัพย์การฟ้องเรียกให้ใช้ราคาทรัพย์ในกรณีเช่นนี้ ไม่ใช่เรียกค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวกับการฝากทรัพย์ตามมาตรา 671 และไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีกำหนดสิบปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.226 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.227 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.561 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.567 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.657 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.665 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.671 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.880

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ๑บ-๗๗๖๓ ไว้จากนายพูน โดยมีบริษัทอินเตอร์เนชั่นแนลทรัสท์แอนด์ไฟแนนซ์ จำกัด เป็นผู้รับประโยชน์ จำเลยที่ ๒ เช่ารถยนต์คันนี้จากนายพูน จำเลยที่ ๒ ได้นำรถยนต์คันนี้ไปฝากจำเลยที่ ๑ หนึ่งคืน จำเลยที่ ๑ รับฝากไว้โดยมีค่าตอบแทนครั้นรุ่งเช้ารถยนต์ได้หายไป โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้รับประโยชน์ไปแล้วจึงรับช่วงสิทธิฟ้องเรียกเงินคืนจากจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ หลังจากจำเลยที่ ๑ ยื่นคำให้การว่าจำเลยที่ ๑ ได้ให้นายชาย ศรีสงวนสกุล เช่ากิจการปั๊มน้ำมันและสถานที่จอดรถไปก่อนเกิดเหตุแล้ว โจทก์ขอให้ศาลหมายเรียกนายชายเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลอนุญาต และให้เรียกนายชายว่าจำเลยที่ ๓ ต่อมาโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๑ ศาลอนุญาต จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยร่วมให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยร่วมเพราะไม่ใช่ผู้เสียหายการรับช่วงสิทธิไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฟ้องโจทก์ขาดอายุความจำเลยร่วมมิได้รับฝากรถยนต์เพียงแต่ให้เช่าสถานที่จอดรถยนต์เท่านั้น ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความพิพากษายกฟ้อง โจทก์และจำเลยร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๓ ใช้เงิน ๔๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาท ๔๒,๐๐๐ บาท ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ โดยวินิจฉัยว่าคดีขาดอายุความแล้ว แต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดีไม่ขาดอายุความ และจำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดเพราะสงวนรถยนต์ที่เช่าเสมอกับที่วิญญูชนจะพึงสงวนทรัพย์สินของตนเอง จึงพิพากษาแก้เฉพาะจำเลยที่ ๓ ให้ใช้เงิน ๔๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ การแก้ไขเช่นนี้เป็นการแก้ความรับผิดของจำเลยที่ ๓ ให้รับผลตรงกันข้ามกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น จึงเป็นการแก้ไขมาก ไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ ที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว ที่จำเลยที่ ๓ ฎีกาว่า โจทก์ไม่มีนิติสัมพันธ์กับจำเลยที่ ๓ จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๓ นั้น เห็นว่าข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์รับประกันภัยรถยนต์คันที่หายไว้และโจทก์ได้ใช้เงินค่ารถยนต์ให้แก่บริษัทผู้รับประโยชน์ไปแล้ว โจทก์ย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยและของผู้รับประโยชน์ซึ่งมีต่อบุคคลภายนอกผู้ก่อวินาศภัยด้วยอำนาจกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๒๗ และมาตรา ๘๘๐ วรรคหนึ่ง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๓ ได้ด้วยอำนาจกฎหมายโดยไม่จำต้องมีนิติสัมพันธ์ต่อกัน ที่จำเลยที่ ๓ ฎีกาว่าผู้เอาประกันภัยและผู้รับประโยชน์ที่โจทก์รับช่วงสิทธิไม่ได้ทำสัญญาฝากทรัพย์กับจำเลยที่ ๓ บุคคลเหล่านี้จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องอะไรจากจำเลยที่ ๓ นั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่าบริษัทอินเตอร์เนชั่นแนลทรัสท์แอนด์ไฟแนนซ์จำกัด ผู้รับประโยชน์ได้ให้นายพูนผู้เอาประกันภัยเช่าซื้อรถยนต์ แล้วนายพูนได้ให้จำเลยที่ ๒ เช่ารถยนต์คันนี้ไปและจำเลยที่ ๒ ได้นำรถยนต์นั้นไปฝากจำเลยที่ ๓ ไว้ ดังนั้น ถ้าหากรถยนต์คันดังกล่าวหายไปเพราะจำเลยที่ ๓ ผิดสัญญาฝากทรัพย์ จำเลยที่ ๓ ย่อมต้องรับผิดต่อผู้เอาประกันภัยและผู้รับประโยชน์ เพราะการผิดสัญญาของจำเลยที่ ๓ เป็นเหตุให้ผู้เอาประกันภัยไม่ได้รถยนต์ที่ให้เช่าคืนจากจำเลยที่ ๒ เมื่อสัญญาเช่ารถระงับไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๖๑ และมาตรา ๕๖๗ และผู้รับประโยชน์ก็ได้รับความเสียหายเนื่องจากสูญเสียกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ไปผู้เอาประกันภัยและผู้รับประโยชน์จึงมีสิทธิเรียกร้องต่อจำเลยที่ ๓ ซึ่งโจทก์รับช่วงได้ ที่จำเลยที่ ๓ ฎีกาว่า จำเลยที่ ๓ ให้เช่าสถานที่จอดรถยนต์ ไม่ได้รับฝากรถจากจำเลยที่ ๒ นั้น ได้ความว่าเมื่อคืนวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๒๑ จำเลยที่ ๒ ได้นำรถยนต์ไปจอดไว้ที่ปั๊มน้ำมันของจำเลยที่ ๓ ได้ชำระเงินให้พนักงานของจำเลยที่ ๓ เป็นเงิน๕ บาท รุ่งเช้าปรากฏว่ารถยนต์หายไป จำเลยที่ ๓ ก็เบิกความว่ามีผู้นำรถยนต์คันที่หายมาจอดที่ลานจอดรถในบริเวณปั๊มน้ำมันของจำเลยที่ ๓ มอบเงินให้นายสมหวัง ๕ บาทจำเลยที่ ๓ ได้รับเงินจำนวนนี้จากนายสมหวังแล้ว รถคันนี้มาจอดเป็นรายวัน รถถ้าจอดไม่เรียบร้อยก็จะเข็นให้พ้นทางเอาเองรถที่นำมาจอดเป็นรายวันให้จอดกลางแจ้งและที่ลานจอดรถนี้จะนำไปจอดตรงไหนก็ได้ ตั้งแต่จำเลยที่ ๓ เป็นเจ้าของและประจำอยู่ที่ปั๊มน้ำมันตั้งแต่เวลา ๑๘ นาฬิกาจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้นอันเป็นเวลากลางคืนแสดงว่าจำเลยที่ ๓ ผู้เป็นเจ้าของปั๊มคอยดูแลรับผิดชอบทรัพย์สินภายในบริเวณปั๊มทั้งหมด รวมถึงรถยนต์ที่จอดด้วย พฤติการณ์ที่ปั๊มน้ำมันของจำเลยที่ ๓ ปฏิบัติต่อลูกค้าดังกล่าวเห็นได้ว่าจำเลยที่ ๓ ยอมรับรถยนต์จากผู้อื่นมาอยู่ในความอารักขาของจำเลยที่ ๓ ที่ปั๊มเพราะจำเลยที่ ๓ ประจำอยู่ที่ปั๊มตลอดคืน แสดงว่าทำการเฝ้ารถยนต์ที่มาจอดและรถอยู่ในความอารักขาของจำเลยที่ ๓ แล้ว เข้าลักษณะรับฝากทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๗ ไม่ใช่ให้เช่าสถานที่จอดรถ ที่จำเลยที่ ๓ ฎีกาว่าผู้จอดรถไม่ต้องมอบกุญแจรถให้ไว้ก็ดี จะนำรถคืนไปเมื่อใดก็ได้โดยไม่ต้องบอกจำเลยที่ ๓ ก่อนก็ดี บริเวณกำแพงข้างปั๊มมีข้อจำกัดความรับผิดของจำเลยที่ ๓ ไว้ก็ดี ไม่ทำให้รถยนต์ที่นำมาจอดไม่อยู่ในความอารักขาของจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๓ ฎีกาว่า คดีโจทก์ขาดอายุความแล้วนั้นเห็นว่า มาตรา ๖๖๕ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติว่า ผู้รับฝากจำต้องคืนทรัพย์ซึ่งรับฝากไว้นั้นให้แก่ผู้ฝาก ดังนั้นเมื่อทรัพย์ที่รับฝากสูญหายไป ผู้รับฝากจึงต้องใช้ราคาทรัพย์ที่รับฝากไว้แทนตัวทรัพย์ การฟ้องเรียกให้ใช้ราคาทรัพย์ในกรณีเช่นนี้ไม่ใช่เรียกค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวแก่การฝากทรัพย์ตามมาตรา ๖๗๑ และไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีกำหนดสิบปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๔ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3517/2525 บริษัทประกันสรรพภัยแห่งประเทศไทย จำกัด โจทก์ บริษัทเกียรตินันทวัฒน์ จำกัด กับพวก จำเลย นายชาย ศรีสงวนสกุล จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทประกันสรรพภัยแห่งประเทศไทย จำกัด · จำเลย - บริษัทเกียรตินันทวัฒน์ จำกัด กับพวก · จำเลยร่วม - นายชาย ศรีสงวนสกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสมา รัตนมาลัย · สุนทร วรรณแสง · ประมุข สวัสดิ์มงคล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอุระ หวังอ้อมกลาง · ศาลอุทธรณ์ - นายอำนวย เปล่งวิทยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2694/2535ฎีกา 5302/2548ฎีกา 1015/2509ฎีกา 824/2519ฎีกา 1590/2513ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1229/2545ฎีกา 4082/2530ฎีกา 2812/2539ฎีกา 2501/2526ฎีกา 1030/2509ฎีกา 817/2490ฎีกา 1339/2543ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2186/2550ฎีกา 463/2503ฎีกา 891/2510ฎีกา 1055/2492ฎีกา 2093/2532ฎีกา 1882/2518ฎีกา 825/2509ฎีกา 1531/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา