⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3778/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3778/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้นับโทษจำเลยต่อจากอีกคดีหนึ่งในศาลเดียวกัน จะต้องยื่นคำร้องขอต่อศาลชั้นต้นก่อนมีคำพิพากษา หรือยื่นมาพร้อมกับฟ้องเดิมเท่านั้น จะมาขอในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

คำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องโดยขอให้นับโทษจำเลยต่อจากอีกคดีหนึ่งในศาลเดียวกัน โจทก์จะต้องขอมาในฟ้องหรือขอก่อนมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จะมาขอในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.163 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยหลอกลวงโจทก์ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่า นางสุมาลี ศรีเกตุ ซึ่งเป็นลูกวงแชร์ของจำเลยจะขายแชร์ ๒ มือ มือละ ๑๐,๕๐๐ บาท หักดอกเบี้ย ๒,๒๒๖ บาท โจทก์หลงเชื่อจึงรับซื้อไว้ โดยมอบเงินจำนวน ๑๘,๗๓๔ บาท ให้จำเลยไป ความจริง นางสุมาลี ศรีเกตุ ไม่ได้ขายแชร์นั้น โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย จำเลยอุทธรณ์ คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษอีกคดีหนึ่งซึ่งศาลเดียวกันนั้นพิพากษาลงโทษจำเลยไปแล้ว ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่ให้ยกคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องของโจทก์ โจทก์ฎีกา ปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มีสิทธิยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องได้ ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวว่า ในคดีอาญาหากโจทก์จะขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง ก็ต้องขอแก้ไขก่อนมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๖๓ ซึ่งบัญญัติไว้โดยชัดแจ้งว่า "เมื่อมีเหตุอันควร โจทก์มีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้องก่อนมีคำพิพากษาศาลชั้นต้น ฯลฯ" คดีนี้ปรากฏว่าโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องภายหลังที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว และคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นการต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว และการยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องเพื่อขอให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอื่นเช่นนี้ ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยไว้แล้วว่าต้องขอก่อนมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๘๓๑ - ๑๘๓๓/๒๔๙๙ ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดอ่างทอง โจทก์ นายนิตย์ ไทรย้อยกับพวก จำเลย ฉะนั้นที่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้องนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3778/2525 นางม่วย แซ่เตีย โจทก์ นางฐิติมา หรือต้อย คงสิทธิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางม่วย แซ่เตีย · จำเลย - นางฐิติมา หรือต้อย คงสิทธิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สหัส สิงหวิริยะ · อัมพล สุวรรณภักดี · เสนอ ศรนิยม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายถวิล อินทรักษา · ศาลอุทธรณ์ - นายชยากร ถายะพิงค์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 2665/2515ฎีกา 725/2567ฎีกา 915/2566ฎีกา 5219/2531ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 4046/2536ฎีกา 2389/2525ฎีกา 6196/2534ฎีกา 4225/2559ฎีกา 4009/2566ฎีกา 3593/2529ฎีกา 425/2486ฎีกา 3245/2545ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7362/2538ฎีกา 1674/2543ฎีกา 16889/2555ฎีกา 2405/2523ฎีกา 6863/2543ฎีกา 5090/2565ฎีกา 21183/2556ฎีกา 1342/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา