คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 42/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของผู้แทนของนิติบุคคลที่แม้จะฝ่าฝืนข้อบังคับภายในของนิติบุคคล แต่หากนิติบุคคลนั้นรับทราบและรับมอบผลงานแล้ว ย่อมไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดตามการกระทำนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
ระหว่างเกิดเหตุ จ. เป็นผู้จัดการของบริษัทจำเลยย่อมถือได้ว่าจ. เป็นผู้แทนบริษัทจำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคลในอันที่จะแสดงออกถึงความประสงค์แทนบริษัทจำเลยได้ การที่ จ. ทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ให้ทำการติดตั้งถังน้ำในโรงงานเพื่อใช้ในกิจการของจำเลยแม้จะฝ่าฝืนข้อบังคับของบริษัทที่ระบุว่าต้องมีกรรมการผู้มีอำนาจอีกคนหนึ่งร่วมลงนามด้วย แต่ระหว่างที่โจทก์ดำเนินการตามสัญญากรรมการของบริษัทจำเลยคนอื่นไม่ได้ทักท้วงและรับมอบผลงานนั้นจากโจทก์ไว้แล้ว จำเลยจะปฏิเสธความรับผิดตามสัญญาต่อโจทก์หาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยว่าจ้างโจทก์ทำถังน้ำ พร้อมทำการติดตั้งที่โรงงานของจำเลยราคา ๓๑๐,๓๐๓ บาท จำเลยวางมัดจำในวันทำสัญญา ๖๒,๐๖๐ บาทที่เหลือจะชำระภายใน ๗ วันนับแต่วันติดตั้งเสร็จ โจทก์ทำถังน้ำเสร็จและส่งมอบให้จำเลยรับไว้แล้ว และจำเลยได้ซื้ออุปกรณ์ถังน้ำจากโจทก์อีกเป็นเงิน ๗,๕๐๐ บาท โจทก์ได้ทวงถามให้จำเลยชำระ จำเลยปฏิเสธ ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่าไม่เคยว่าจ้างโจทก์ และรับมอบถังน้ำทั้งไม่เคยสั่งซื้ออุปกรณ์ดังโจทก์ฟ้อง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๒๕๕,๗๓๔ บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๒๐ นายบรรจงซึ่งระหว่างเกิดเหตุเป็นผู้จัดการและเป็นกรรมการคนหนึ่ง ของบริษัทจำเลยได้ลงนามทำสัญญาเป็นผู้ว่าจ้างโจทก์ทำและติดตั้งถังน้ำพิพาทที่โรงงานสุรา จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นโรงงานของกรมสรรพสามิตที่จำเลยประมูลได้ และเช่าเพื่อทำและดำเนินการกิจการสุรา ตกลงค่าจ้าง ๓๑๐,๓๐๓ บาท วางมัดจำ ๖๒,๐๖๐ บาท ส่วนที่เหลือตกลงชำระใน ๗ วัน นับแต่ติดตั้งเสร็จ ดังปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๒ และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๕ ได้บัญญัติให้เห็นถึงการแสดงออกซึ่งความประสงค์ของนิติบุคคลว่า อันความประสงค์ของนิติบุคคลนั้น ย่อมแสดงปรากฏจากผู้แทนทั้งหลายของนิติบุคคลนั้น ระหว่างเกิดเหตุนายบรรจงเป็นผู้จัดการของบริษัทจำเลยย่อมถือได้ว่านายบรรจงเป็นผู้แทนของบริษัทจำเลย ซึ่งเป็นนิติบุคคลในวันที่จะแสดงออกถึงความประสงค์แทนบริษัทจำเลยได้ การที่นายบรรจงในฐานะผู้จัดการของบริษัทจำเลย ในขณะนั้นทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ให้ทำและติดตั้งถังน้ำในโรงงานเพื่อใช้ในกิจการของบริษัทจำเลย จึงเป็นการกระทำแทนบริษัทจำเลย ข้อที่จำเลยอ้างว่า การลงนามในสัญญาว่าจ้างของนายบรรจงฝ่าฝืนข้อบังคับของบริษัทที่ระบุว่าต้องมีกรรมการผู้มีอำนาจอีกคนหนึ่งร่วมลงนามด้วย เห็นว่าระหว่างโจทก์ดำเนินการสร้างถังน้ำตามสัญญา กรรมการของจำเลยคนอื่นมิได้ทักท้วงและปล่อยให้โจทก์ก่อสร้างจนแล้วเสร็จถึงกับได้มีการรับมอบผลงานนั้นจากโจทก์ไว้แล้ว ตามเอกสารหมาย จ.๓ ดังนั้นจำเลยจะปฏิเสธความรับผิดตามสัญญาเอกสารหมาย จ.๒ ต่อโจทก์หาได้ไม่ จำเลยจึงต้องชำระหนี้ที่ค้างชำระ ๒๕๕,๗๔๓ บาทแก่โจทก์
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 42/2525
ห้างหุ้นส่วนจำกัดวัฒนไพศาล โจทก์
บริษัทสุราเจริญไทย จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดวัฒนไพศาล · จำเลย - บริษัทสุราเจริญไทย จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สนิท อังศุสิงห์ · ปรีชา พานิชวงศ์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดราชบุรี - นายวิชา มั่นสกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง คล้ายแก้ว |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา