⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 465/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 465/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้รับโอนทรัพย์สินได้แสดงตนให้ปรากฏและเข้ารับเอาสัญญาที่ผู้โอนได้ทำไว้แทน ผู้รับโอนย่อมมีสิทธิฟ้องร้องตามสัญญานั้น และผู้โอนย่อมสิ้นความผูกพันตามสัญญา

ย่อคำพิพากษา

เดิมรถยนต์คันเกิดเหตุเป็นของโจทก์ที่ 2 ต่อมาได้ขายให้โจทก์ที่ 1 แต่มิได้แจ้งการโอนให้เป็นหลักฐานทางทะเบียน หลังจากนั้นโจทก์ที่ 2 ได้ทำสัญญาประกันภัยรถยนต์คันนี้กับจำเลยแทนโจทก์ที่ 1 โดยโจทก์ที่ 1 เป็นผู้ออกเบี้ยประกันภัย และจำเลยทราบว่าโจทก์ที่ 2 ได้โอนรถยนต์ให้แก่โจทก์ที่ 1 แล้ว ดังนี้ถือได้ว่าโจทก์ที่ 1 เป็นคู่สัญญากับจำเลยตามสัญญาประกันภัยโดยโจทก์ที่ 2 เป็นเพียงตัวแทนของโจทก์ที่ 1 เท่านั้น โจทก์ที่ 1 จึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์ที่ 1 ตามสัญญาประกันภัย เมื่อโจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นตัวการแสดงตนให้ปรากฏและเข้ารับเอาสัญญาประกันภัยที่โจทก์ที่ 2 ได้ทำแทนแล้ว โจทก์ที่ 2 ก็สิ้นความผูกพันกับจำเลย โจทก์ที่ 2 จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.806 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.820 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.863

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นเจ้าของรถยนต์คันเกิดเหตุ โจทก์ที่ ๒ มีชื่อเป็นเจ้าของในทะเบียนรถยนต์แทนโจทก์ที่ ๑ โจทก์ทั้งสองได้ร่วมกันทำสัญญาประกันภัยรถคันนี้ไว้แก่จำเลย โดยทำสัญญาในนามโจทก์ที่ ๒ เป็นผู้เอาประกันภัย ระหว่างอายุสัญญาประกันภัยลูกจ้างของโจทก์ที่ ๑ ขับรถยนต์ดังกล่าวชนราวสะพานและตกลงไปในลำคลอง โจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมสะพานและรถยนต์ดังกล่าวไป จำเลยต้องชดใช้ให้แก่โจทก์ตามสัญญาประกันภัยแต่ไม่ชดใช้ให้ จึงขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ที่ ๑ ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะไม่มีนิติสัมพันธ์กับจำเลย โจทก์ที่ ๒ โอนรถยนต์ดังกล่าวไปให้โจทก์ที่ ๑ โดยไม่แจ้งให้จำเลยทราบและต่อสู้อีกหลายประการ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามสัญญาประกันภัยแก่โจทก์ที่ ๑ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ที่ ๑ ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะมิได้เป็นคู่สัญญากับจำเลยนั้น เห็นว่า โจทก์ที่ ๒ ทำสัญญาประกันภัยแทนโจทก์ที่ ๑ โดยโจทก์ที่ ๑ เป็นผู้ออกเบี้ยประกันภัย และตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๕๗/๒๕๒๐ ของศาลจังหวัดนครนายก จำเลยยอมผูกพันตามสัญญาประกันภัยฉบับดังกล่าวกับโจทก์ที่ ๑ โดยยอมชดใช้ค่าเสียหายแทนโจทก์ที่ ๑ ให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แสดงว่าจำเลยทราบแล้วว่าโจทก์ที่ ๒ โอนรถยนต์คันเกิดเหตุไปให้โจทก์ที่ ๑ และจำเลยยอมผูกพันรับว่าโจทก์ที่ ๒ ทำสัญญาประกันภัยแทนโจทก์ที่ ๑ ถือได้ว่าโจทก์ที่ ๑ เป็นคู่สัญญากับจำเลยตามสัญญาประกันภัยโดยโจทก์ที่ ๒ เป็นเพียงตัวแทนของโจทก์ที่ ๑ เท่านั้น โจทก์ที่ ๑ จึงมีอำนาจฟ้อง ส่วนโจทก์ที่ ๒ ซึ่งเป็นตัวแทนโจทก์ที่ ๑ เมื่อโจทก์ที่ ๑ ซึ่งเป็นตัวการแสดงตนให้ปรากฏและเข้ารับเอาสัญญาประกันภัยที่โจทก์ที่ ๒ ได้ทำแทนแล้ว โจทก์ที่ ๒ ก็สิ้นความผูกพันกับจำเลย โจทก์ที่ ๒ จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ที่ ๑ กับให้ยกฟ้องคดีเฉพาะโจทก์ที่ ๒ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 465/2525 นายวิศิษฏ์ กิตติธเนศวร กับพวก โจทก์ บริษัทธนกิจประกันภัย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิศิษฏ์ กิตติธเนศวร กับพวก · จำเลย - บริษัทธนกิจประกันภัย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อาจ ปัญญาดิลก · จังหวัด แสงแข · ไพศาล สว่างเนตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครนายก - นายปรีชา เกษมสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายดำรง สายเชื้อ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 6/2475ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 6911/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 158/2509ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา