⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 585/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 585/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมอบการครอบครองที่ดินมือเปล่าให้แก่ผู้อื่นโดยมีเจตนาสละการครอบครอง ถือเป็นการได้มาซึ่งสิทธิครอบครองโดยการยึดถือเพื่อตน และบ้านซึ่งเป็นส่วนควบของที่ดินย่อมตกเป็นของผู้มีสิทธิในที่ดินนั้นด้วย โดยไม่ต้องมีการจดทะเบียน.

ย่อคำพิพากษา

การที่ ถ. ทำหนังสือมอบโอนบ้านและที่ดินให้จำเลยเมื่อที่ดินนั้นเป็นที่ดินมือเปล่า และจำเลยเป็นผู้อาศัยอยู่ในที่ดินนั้น เป็นการแสดงเจตนาสละการครอบครองและส่งมอบที่ดินให้จำเลย การยึดถือที่ดินของจำเลยหลังจากนั้นจึงเป็นการยึดถือเพื่อตน ย่อมได้มาซึ่งสิทธิครอบครองในที่ดินและเมื่อบ้านเป็นส่วนควบของที่ดินจึงตกได้แก่จำเลยผู้มีสิทธิในที่ดินด้วย โดยไม่ต้องทำนิติกรรมการโอนและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่อย่างใดอีก ถึงแม้ต่อมาจำเลยกับ ถ. จะได้ตกลงกันว่าการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินจะโอนให้เมื่อออก น.ส. 3 ก เสร็จแล้ว ก็ไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิครอบครองในที่ดินและบ้านที่จำเลยได้รับการยกให้มาก่อนแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงได้ความตามฟ้องคำให้การ และคำแถลงรับของโจทก์ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่29 สิงหาคม 2523 ว่าเดิมโจทก์เป็นภรรยาของนายถา ศรีโยธี ต่อมาโจทก์กับนายถาจดทะเบียนหย่าขาดจากกันเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์2522 แล้วนายถามาได้จำเลยเป็นภรรยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่ามีบ้านพิพาทปลูกอยู่ในที่ดินแปลงนี้ด้วยที่ดินและบ้านพิพาทเดิมเป็นของนายถา ศรีโยธี และนายถายกที่ดินและบ้านพิพาทให้จำเลยเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2523 ตามภาพถ่ายเอกสารท้ายคำให้การในขณะที่จำเลยอยู่กินเป็นภรรยานายถาดังกล่าวนั้น และจำเลยได้ครอบครองอยู่อาศัยในที่ดินและบ้านพิพาทตลอดมา ครั้นวันที่ 7เมษายน 2523 โจทก์กลับมาจดทะเบียนสมรสกับนายถาใหม่ ต่อมาวันที่ 21 พฤษภาคม 2523 นายถาได้ยกที่ดินและบ้านพิพาทให้โจทก์โดยจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โจทก์จึงมาฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกไปจากที่ดินและบ้านพิพาทโดยกล่าวอ้างว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านพิพาท โดยได้รับยกให้มาจากนายถาดังกล่าวแล้ว" ฯลฯ "ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า นายถา ศรีโยธี จึงมีแต่เพียงสิทธิครอบครองในที่ดิน การที่นายถาทำหนังสือลงวันที่ 20 มีนาคม 2523ตกลงมอบโอนบ้านพร้อมด้วยที่ดินพิพาทให้จำเลยตามภาพถ่ายเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 1 นั้น เป็นการที่นายถาสละเจตนาครอบครองและส่งมอบที่ดินให้จำเลย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1377,1378 สิทธิครอบครองของนายถาในที่ดินย่อมสิ้นสุดลงในวันดังกล่าวนั้นและเมื่อในขณะนั้นจำเลยเป็นผู้อยู่อาศัยในที่ดิน การยึดถือที่ดินของจำเลยต่อมาจึงเป็นการยึดถือโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตน จำเลยย่อมได้ไปซึ่งสิทธิครอบครองในที่ดิน และเมื่อบ้านพิพาทเป็นส่วนควบของที่ดิน จึงตกได้แก่จำเลยผู้มีสิทธิในที่ดินด้วย ทั้งนี้โดยไม่จำต้องกระทำนิติกรรมการโอนและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แต่อย่างใดอีก ข้อที่โจทก์ฎีกาด้วยว่าตามเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 2 นายถากับจำเลยได้ตกลงกันว่าสำหรับการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงนี้จะโอนให้ต่อเมื่อนายถา ศรีโยธี ทำ น.ส.3 ก. เสร็จเรียบร้อย ค่าโอนและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ จำเลยจะเป็นผู้ชำระเองแสดงเจตนาของนายถากับจำเลยว่าจะต้องไปทำนิติกรรมและจดทะเบียนการโอนกันเสียก่อน เมื่อนายถาไม่ได้จดทะเบียนโอนให้จำเลยจึงยังไม่ได้สละเจตนาและส่งมอบการครอบครองทรัพย์พิพาทให้จำเลยจำเลยจึงยังไม่ได้ สิทธิครอบครองนั้น เห็นว่าเอกสารตามภาพถ่ายท้ายคำให้การหมายเลข 2 นี้ นายถากับจำเลยได้ร่วมกันกระทำขึ้นภายหลังวันที่ 20 มีนาคม 2523 กล่าวคือได้ร่วมไปกระทำต่อหน้านายอำเภอเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2523 ข้อความดังกล่าวในเอกสารฉบับนี้เป็นเพียงการที่นายถากับจำเลยแสดงเจตนายืนยันว่าที่ดินและบ้านพิพาทที่นายถาได้ยกให้จำเลยไปแล้วนั้น เมื่อนายถาทำ น.ส.3 ก. เสร็จแล้วจะได้มาทำการโอน น.ส.3 ก. ให้กับจำเลยด้วยเท่านั้น หามีผลกระทบกระเทือนถึงสิทธิครอบครองในที่ดินและบ้านพิพาทที่โจทก์ได้รับยกให้จากนายถาไปก่อนแล้วตามภาพถ่ายเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 1 ลงวันที่ 20มีนาคม 2523 แต่ประการใดไม่ เมื่อเป็นเช่นนี้ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2523ซึ่งเป็นวันที่นายถาทำนิติกรรมและจดทะเบียนยกที่ดินและบ้านพิพาทให้โจทก์ นายถาจึงไม่ใช่ผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินและบ้านพิพาท โจทก์เป็นผู้รับโอนจึงไม่มีสิทธิดีไปกว่านายถาผู้โอน โจทก์ย่อมไม่ได้รับสิทธิครอบครองในที่ดินและบ้านพิพาทไปจากนายถาแต่อย่างใด" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 585/2525 นางมูล ศรีโยธี โจทก์ นางพรรณี รัตนพล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางมูล ศรีโยธี · จำเลย - นางพรรณี รัตนพล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา พานิชวงศ์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 759/2494ฎีกา 2757/2538ฎีกา 712-713/2520ฎีกา 1057/2515ฎีกา 1405/2515ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 138/2499ฎีกา 7706/2548ฎีกา 607/2506ฎีกา 975/2519ฎีกา 1293/2538ฎีกา 1922/2522ฎีกา 6163/2537ฎีกา 10544/2553ฎีกา 1575/2531ฎีกา 844/2508ฎีกา 6436/2550ฎีกา 805/2506ฎีกา 2744/2517ฎีกา 402/2548ฎีกา 1884/2505ฎีกา 779/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา