⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 853/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 853/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่ได้ชำระหนี้แทนลูกหนี้คนอื่นไปทั้งหมดแล้ว ย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่ลูกหนี้คนอื่นได้ในส่วนเฉลี่ยที่แต่ละคนจะต้องรับผิด และหากไม่มีการตกลงเรื่องดอกเบี้ยไว้ จะเรียกดอกเบี้ยได้ไม่เกินร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาร่วมกัน เพื่อให้จำเลยชำระเงินตามส่วนเฉลี่ยที่แต่ละคนจะต้องรับผิดตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ในฐานที่โจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาด้วยกันได้ออกชำระแทนไปให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาโดยสิ้นเชิงแล้ว ฉะนั้น สำหรับหนี้เงินที่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 5 ที่จะรับผิดต่อไปนับจากวันที่ โจทก์ได้ชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไปนั้น เมื่อไม่มีการตกลงกันเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย จึงไม่มีเหตุอื่นอันชอบด้วยกฎหมายที่โจทก์จะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่าร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 นับแต่วันที่โจทก์ได้ชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไปแล้ว แม้โจทก์จะต้องเสียค่าดอกเบี้ยแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอัตราร้อยละสิบสี่ต่อปีก็ตาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับพวกได้เข้าหุ้นส่วนกันเพื่อตั้งห้างหุ้นส่วน จำกัดโคราชบันเทิง ผู้เป็นหุ้นส่วนแต่ละคนนำเงินสดและทรัพย์สินมาลงหุ้น แต่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ต่อมาผู้เป็นหุ้นส่วนได้มีมติให้เลิกกิจการเพราะขาดทุน ธนาคารกรุงไทย จำกัด ได้เป็นโจทก์ฟ้องนายอมรกับพวกให้ชำระหนี้เงินกู้เบิกเงินเกินบัญชี ในที่สุดศาลฎีกาพิพากษาว่า หนี้สินทั้งหมดที่ธนาคารกรุงไทยฟ้องเป็นหนี้ของห้างหุ้นส่วนโคราชบันเทิง ให้หุ้นส่วนทั้ง ๑๑ คนร่วมกันชดใช้หนี้ให้แก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด ต่อมาโจทก์ในฐานะจำเลยลูกหนี้ร่วมได้จัดการชำระหนี้ตามคำพิพากษาทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยตลอดจนค่าฤชาธรรมเนียมแก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด โจทก์จึงรับช่วงสิทธิจากธนาคารกรุงไทย จำกัด เพื่อเรียกให้หุ้นส่วนคนอื่น ๆ ชดใช้เงินแก่โจทก์ตามส่วนเฉลี่ยที่หุ้นส่วนแต่ละคนลงหุ้น พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละ ๑๔ ต่อปี ขอให้ศาลพิพากษาบังคับ ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๒, ที่ ๓, ที่ ๔, ที่ ๖ และที่ ๗ ศาลอนุญาต คดีคงเหลือที่จะต้องพิจารณาต่อมาเฉพาะจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๕ จำเลยที่ ๑ กับที่ ๕ ขาดนัดยื่นคำให้การ และเฉพาะจำเลยที่ ๕ ขาดนัดพิจารณาด้วย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๕ ใช้เงินตามฟ้องให้โจทก์แต่ในเรื่องดอกเบี้ยให้จำเลยใช้ให้โจทก์ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่าโจทก์ควรจะได้ดอกเบี้ยร้อยละ ๑๔ ต่อปี ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีของโจทก์เป็นการฟ้องไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยที่ ๑และจำเลยที่ ๕ ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาร่วมกัน เพื่อให้จำเลยทั้งสองชำระเงินตามส่วนเฉลี่ยที่แต่ละคนจะต้องรับผิดตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ในฐานที่โจทก์ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาด้วยกันได้ออกชำระแทนไปให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาโดยสิ้นเชิงแล้ว ฉะนั้น สำหรับหนี้เงินที่จำเลยที่ ๑และที่ ๕ จะต้องรับผิดต่อไปนับจากวันที่โจทก์ได้ชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไปนั้น เมื่อไม่ปรากฏว่าได้มีการตกลงกันเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยจึงไม่มีเหตุอื่นอันชอบด้วยกฎหมายที่โจทก์จะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่าร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๒๔ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 853/2525 นายสุกิจ ตั้งสุณาวรรณ โจทก์ นายไชยนุสนธิ วนานุเวชพงศ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุกิจ ตั้งสุณาวรรณ · จำเลย - นายไชยนุสนธิ วนานุเวชพงศ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อนุวัตร บุนนาค · สมชัย ทรัพยวณิช · พูน จักรเสน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายประจง พันธุ์ประสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประมาณ ชันซื่อ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 358/2540ฎีกา 1913/2520ฎีกา 1781/2509ฎีกา 8396/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4623/2540ฎีกา 4225/2529ฎีกา 2843/2546ฎีกา 2384/2536ฎีกา 463/2503ฎีกา 4873/2528ฎีกา 6695/2548ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 3295/2533ฎีกา 6164/2533ฎีกา 5887/2537ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 4563/2557ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 2794/2526ฎีกา 3267/2540ฎีกา 1776/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา