คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1018/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การถมที่ดินของตนให้มีระดับใกล้เคียงกับที่ดินข้างเคียง แม้จะมีการถมลำเหมืองสาธารณะบางส่วนด้วย ย่อมเป็นสิทธิโดยชอบ แต่หากน้ำท่วมที่ดินข้างเคียงเป็นผลโดยตรงจากเหตุสุดวิสัย เช่น ฝนตกหนักติดต่อกัน การกระทำดังกล่าวจึงยังไม่ถือเป็นการละเมิด
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ที่ 2 และจำเลยที่ 2 มีที่ดินอยู่ใกล้เคียงกันโดยมีลำเหมืองสาธารณะคั่นกลาง การที่จำเลยที่ 2 ถมที่ดินของตนซึ่งเดิมมีระดับต่ำกว่าที่ดินของโจทก์ที่ 2 ให้มีระดับใกล้เคียงกันย่อมเป็นสิทธิโดยชอบที่จะกระทำได้ แม้จำเลยที่ 2 จะถมลำเหมืองสาธารณะเป็นบางส่วนด้วย แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าการที่เกิดน้ำท่วมที่ดินของโจทก์ที่ 2 ซึ่งโจทก์ที่ 1 เป็นผู้ทำประโยชน์เป็นผลโดยตรงจากการที่ฝนตกหนัก 3 วันติดต่อกัน การกระทำดังกล่าวจึงยังถือไม่ได้ว่าเป็นการละเมิดต่อโจทก์ทั้งสอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นผู้ทำประโยชน์ในที่ดินของโจทก์ที่ ๒ ซึ่งเดิมไม่เคยถูกน้ำท่วม ครั้นเมื่อ ๓ ปีก่อนฟ้อง จำเลยที่ ๒ ได้ซื้อที่ดินซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของที่ดินโจทก์ที่ ๒ โดยมีลำเหมืองสาธารณะคั่นกลาง และจำเลยที่ ๑ ได้เข้าทำหมู่บ้านจัดสรรในที่ดินของจำเลยที่ ๒ กับได้ถมที่ดินซึ่งเดิมมีระดับต่ำกว่าที่ดินของโจทก์ที่ ๒ ให้สูงกว่า อีกทั้งได้ถมลำเหมืองสาธารณะด้วย ต่อมามีฝนตก ๓ วันติดต่อกันน้ำท่วมที่ดินของโจทก์ที่ ๒ และจำเลยที่ ๒ เพราะไม่มีลำเหมืองให้น้ำระบายลงได้ ทำให้พืชผลและสระน้ำของโจทก์เสียหาย โจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายขุดร่องน้ำใหม่ นอกจากนี้จำเลยยังสั่งให้คนงานตัดฟันต้นส้มเกลี้ยง กล้วย ไม้ไผ่รวก ของโจทก์อีกด้วย ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายรวมเป็นเงิน ๔๘,๑๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย
จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๒,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องแก่โจทก์ ฯลฯ
โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน ๓,๓๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องแก่โจทก์ ฯลฯ
โจทก์ทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อจำเลยทั้งสองจะทำหมู่บ้านจัดสรร แต่ที่ดินของจำเลยทั้งสองเป็นที่ลุ่ม ก็ย่อมจำเป็นต้องถมให้สูงขึ้น และจำเลยทั้งสองก็ถมให้สูงขึ้นจากเดิม ๑ เมตรเศษ เพื่อให้ได้ระดับใกล้เคียงกับที่ดินของโจทก์ที่ ๒ ย่อมเป็นสิทธิโดยชอบของจำเลยทั้งสองที่จะทำได้เพื่อประโยชน์แก่การใช้สอยที่ดินของตน หาเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสองไม่ และศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสองถมลำเหมืองสาธารณะเพียงบางส่วน การที่น้ำท่วมที่ดินของโจทก์ที่ ๒ เป็นผลโดยตรงจากฝนที่ตกหนัก ๓ วัน ติดต่อกัน มิใช่เกิดจากการกระทำของจำเลยทั้งสอง และสำหรับค่าเสียหายจากการที่คนงานของจำเลยทั้งสองตัดฟันต้นไม้ของโจทก์ที่ ๑ ตามที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้เหมาะสมแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1018/2526
นายหยี่สิ่วหรือโกสิ่ว แซ่โก กับพวก โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัดหมู่บ้านรินทร์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายหยี่สิ่วหรือโกสิ่ว แซ่โก กับพวก · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดหมู่บ้านรินทร์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรานอม มหรรณพ · อุดม บรรลือสินธุ์ · พินิจ สังขนันท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสหัส สิงหวิริยะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา