⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1190/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1190/2526

ป.พ.พ. ม.341

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อหนี้ของคู่กรณีต่างถึงกำหนดแล้ว คู่กรณีสามารถหักกลบลบหนี้กันได้ตามจำนวนที่ตรงกัน โดยไม่ต้องฟ้องคดีใหม่หรือฟ้องแย้ง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์และจำเลยต่างมีความผูกพันในอันที่จะต้องชำระหนี้ให้แก่กันและกัน เมื่อหนี้ของทั้งสองฝ่ายต่างถึงกำหนดแล้ว ย่อมจะหักกลบลบกันได้ โดยจำเลยไม่ต้องฟ้องโจทก์เป็นคดีใหม่หรือฟ้องแย้ง เพราะโจทก์มีความผูกพันจะต้องชำระหนี้ให้แก่จำเลยตามสัญญาค้ำประกันส่วนจำเลยก็มีความผูกพันจะต้องชำระเงินให้แก่โจทก์ตามตั๋วสัญญาใช้เงินทั้งการที่มิได้มีการมอบตั๋วสัญญาใช้เงินตามสัญญาค้ำประกัน ก็มิใช่เป็นเครื่องแสดงเจตนาของคู่กรณีว่า จะมิให้นำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 341 มาใช้บังคับจำเลยจึงมีสิทธิที่จะหักกลบลบกันได้ตามจำนวนที่ตรงกันในมูลหนี้ ตั้งแต่เวลาที่หนี้ทั้งสองฝ่ายอาจหักกลบลบกันได้เป็นครั้งแรก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.341

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.341 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 1,859,666.57 บาทแก่โจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "สำหรับปัญหาที่โจทก์ฎีกาว่า การที่โจทก์จะต้องรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันสำหรับเช็คตามเอกสารหมาย ล.1ที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงงานโลหะภัณฑ์การช่างนำมาแลกเงินสดกับจำเลยดังกล่าวแล้วนั้น จำเลยไม่มีสิทธิที่จะขอหักกลบลบหนี้กับตั๋วสัญญาใช้เงินตามเอกสารหมาย จ.5 จ.6 นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าทั้งโจทก์และจำเลยต่างมีความผูกพันในอันที่จะต้องชำระหนี้ให้แก่กันและกัน โดยที่หนี้ของทั้งสองฝ่ายต่างถึงกำหนดแล้วเช่นนี้ ย่อมจะหักกลบลบกันได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 341 จำเลยหาจำเป็นจะต้องฟ้องโจทก์เป็นคดีใหม่หรือฟ้องแย้งแล้วจึงขอหักกลบลบกันอย่างที่โจทก์เข้าใจไม่ และถึงแม้จะมิได้มีการมอบตั๋วสัญญาใช้เงินตามเอกสารหมาย จ.5 จ.6 ให้จำเลยไว้เป็นหลักประกันตามสัญญาค้ำประกันก็หักกลบลบกันได้ เพราะโจทก์มีความผูกพันจะต้องชำระหนี้ให้แก่จำเลยตามสัญญาค้ำประกัน ส่วนจำเลยก็มีความผูกพันจะต้องชำระเงินให้แก่โจทก์ตามตั๋วสัญญาใช้เงิน ทั้งการที่มิได้มีการมอบตั๋วสัญญาใช้เงินตามสัญญาค้ำประกันก็มิใช้เป็นเครื่องแสดงเจตนาของคู่กรณีว่าจะมิให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 341 มาใช้บังคับ จำเลยจึงมีสิทธิที่จะหักกลบลบกันได้ตามจำนวนที่ตรงกันในมูลหนี้ ตั้งแต่เวลาที่หนี้ทั้งสองฝ่ายอาจหักกลบลบกันได้เป็นครั้งแรก ปัญหาสุดท้ายเรื่องดอกเบี้ยที่ศาลล่างทั้งสองให้โจทก์ต้องรับผิดตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2520 อันเป็นวันที่เช็คตามเอกสารหมาย ล.5ถูกปฏิเสธการจ่ายเงินจนถึงวันที่ศาลชั้นต้นพิพากษา ซึ่งโจทก์ฎีกาว่าจำเลยนำสืบไม่ได้ว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงงานโลหะภัณฑ์การช่างค้างชำระตั้งแต่เมื่อใดนั้น เห็นว่าโจทก์ต้องรับผิดในฐานะเป็นผู้ค้ำประกันห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงงานโลหะภัณฑ์การช่างสำหรับเช็คตามเอกสารหมาย ล.1 ซึ่งห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงงานโลหะภัณฑ์การช่างนำมาแลกเงินสดกับจำเลย เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเช็คดังกล่าวธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินและห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงงานโลหะภัณฑ์การช่างยังมิได้ชำระหนี้ตามเช็คนั้นให้แก่จำเลยหากห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงงานโลหะภัณฑ์การช่างชำระดอกเบี้ยหลังจากเช็คถูกปฏิเสธการจ่ายเงินก็เป็นหน้าที่โจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความเช่นนั้น ดังนั้นที่ศาลล่างทั้งสองให้โจทก์รับผิดในเรื่องดอกเบี้ย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1190/2526 ห.ส.น. แหลมไทยฯ โจทก์ บริษัท ยูไนเต็ดมาลายันทรัสท์ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห.ส.น. แหลมไทยฯ · จำเลย - บริษัท ยูไนเต็ดมาลายันทรัสท์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูเชิด รักตะบุตร์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ประสาท บุณยรังษี
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2923/2525ฎีกา 2776/2525ฎีกา 881/2544ฎีกา 3515/2532ฎีกา 145/2554ฎีกา 5154/2530ฎีกา 908/2532ฎีกา 7547/2559ฎีกา 289/2567ฎีกา 4844/2545ฎีกา 1789/2532ฎีกา 6006/2534ฎีกา 241/2539ฎีกา 3531/2527ฎีกา 5970/2555ฎีกา 2852/2541ฎีกา 6477/2539ฎีกา 7221/2540ฎีกา 1285/2532ฎีกา 3486/2554ฎีกา 3546-3547/2524ฎีกา 3424/2526ฎีกา 2748-2749/2515ฎีกา 5884-5885/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา