⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1316/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1316/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้สลักหลังเช็คย่อมมีความรับผิดเพียงจำนวนเงินเดิมในขณะที่สลักหลังเช็คเท่านั้น แม้จะมีการแก้ไขตัวเลขและตัวหนังสือในเช็คให้สูงขึ้นภายหลังโดยผู้สลักหลังมิได้ยินยอมก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

เช็คพิพาทได้ถูกแก้ไขตัวเลขและตัวหนังสือที่เขียนไว้ในช่องระบุจำนวนเงินให้มีจำนวนเงินสูงขึ้นหลังจากที่จำเลยได้ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็คแล้ว โดยจำเลยมิได้ยินยอมด้วยแต่การแก้ไขเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ไม่ประจักษ์ จำเลยในฐานะผู้สลักหลังย่อมมีความรับผิดเพียงจำนวนเงินเดิมในขณะที่จำเลยสลักหลังเช็คเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.900 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.904 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1007

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คธนาคารกสิกรไทย จำกัด จำนวนสองฉบับ จำนวนเงิน ๔๔,๕๐๐ บาท และ ๔๕,๒๐๐ บาท โดยจำเลยที่ ๑ เป็นผู้สั่งจ่าย จำเลยที่ ๓ และจำเลยที่ ๔ เป็นผู้สลักหลัง โดยประทับตราของจำเลยที่ ๒ ซึ่งโจทก์ได้รับชำระหนี้จากจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ เมื่อเช็คถึงกำหนดจ่ายเงิน โจทก์ได้นำเข้าบัญชีของโจทก์เพื่อเรียกเก็บเงิน แต่เก็บเงินไม่ได้เพราะบัญชีปิดแล้ว ขอให้ศาลพิพากษาบังคับ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๒ ได้นำเช็คพิพาท ๒ ฉบับมาให้จำเลยที่ ๔ สลักหลัง ฉบับแรกระบุจำนวนเงิน ๔,๕๐๐ บาท และฉบับที่ ๒ ระบุจำนวนเงิน ๕,๒๐๐ บาท เป็นเงินจำนวนน้อย จำเลยที่ ๔ จึงสลักหลังให้โดยมิได้ประทับตราของจำเลยที่ ๒ โจทก์และจำเลยที่ ๑ ได้สมคบกันแก้ไขเพิ่มตัวเลขและตัวหนังสือลงในเช็คพิพาทให้จำนวนเงินสูงขึ้นกว่าความเป็นจริง จำเลยที่ ๓ มิได้ลงลายมือชื่อสลักหลังและประทับตราของจำเลยที่ ๒ โจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระหนี้แก่โจทก์ ๙๖,๒๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยให้จำเลยที่ ๔ รับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ไม่เกินจำนวนเงิน ๙,๗๐๐ บาท ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๓ ลงชื่อสลักหลังและประทับตราของจำเลยที่ ๒ ลงหลังเช็คทั้งสองฉบับ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ จึงไม่ต้องรับผิด เช็คพิพาทสองฉบับพิเคราะห์ประกอบคำเบิกความของโจทก์และจำเลยที่ ๔ แล้ว เห็นว่าเช็คพิพาทฉบับแรกตัวเลข "๔" ตัวแรกที่เขียนไว้ในช่องระบุจำนวนเงินมีลักษณะเส้นหมึกเล็กกว่าตัวเลข "๔,๕๐๐" และลักษณะเส้นหมึกตัวเลข "๔" ตัวแรกก็คล้ายกับเส้นหมึกของตัวเลขในช่องลงวันที่สั่งจ่ายกล่าวคือเส้นหมึกเล็กกว่า ส่วนเช็คพิพาทฉบับที่สองนั้น ตัวเลข "๔" ตัวแรกที่เขียนไว้ในช่องระบุจำนวนเงินสั่งจ่ายจะเห็นว่าสีของหมึกจางกว่าตัวเลขอื่น ๆ และตัวหนังสือคำว่า "สี่หมื่น" ในช่องระบุจำนวนเงินสั่งจ่ายเป็นตัวหนังสือกลับมีสีเข้มกว่าตัวหนังสืออื่น โดยเหตุนี้ข้อเท็จจริงจึงน่าเชื่อว่าเช็คพิพาทสองฉบับได้มีการกรอกตัวหนังสือและตัวเลขของจำนวนเงิน ซึ่งมิได้กระทำในคราวเดียวกัน แต่การแก้ไขเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ไม่มีประจักษ์ ฉะนั้น จำเลยที่ ๔ ในฐานะผู้สลักหลังย่อมมีความรับผิดเพียงจำนวนเงินเดิมในขณะที่จำเลยที่ ๔ สลักหลังเช็คพิพาทเท่านั้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1316/2526 นายเอ็งฮกลิ้ม แซ่เอ็ง โจทก์ นายพิชิต แซ่ฉั่ว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเอ็งฮกลิ้ม แซ่เอ็ง · จำเลย - นายพิชิต แซ่ฉั่ว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุชาติ จิวะชาติ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · วีระ ทรัพยไพศาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายโสภณ จันเทรมะ · ศาลอุทธรณ์ - นายปลื้ม โชติษฐยางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5603/2542ฎีกา 6634/2538ฎีกา 1195/2535ฎีกา 425/2520ฎีกา 5594/2533ฎีกา 698/2537ฎีกา 2478/2517ฎีกา 1783/2551ฎีกา 1463-1464/2518ฎีกา 2521/2540ฎีกา 351/2525ฎีกา 1758/2542ฎีกา 2159/2542ฎีกา 7255/2539ฎีกา 2752/2536ฎีกา 18343/2556ฎีกา 8296/2551ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 1952/2537ฎีกา 170/2547ฎีกา 13/2553ฎีกา 1162/2515ฎีกา 1121/2533ฎีกา 3329/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา