⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1624/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1624/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากโจทก์ฟ้องบังคับคดีโดยอาศัยสัญญาฉบับใด ศาลจะพิพากษาตามสัญญาฉบับนั้นเท่านั้น จะพิพากษาให้ตามสัญญาอีกฉบับหนึ่งที่โจทก์ไม่ได้ฟ้องบังคับไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 กู้เงินโจทก์ไป 70,000 บาท โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน แต่จำเลยทั้งสองได้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้เงินและสัญญาค้ำประกันโดยไม่ได้กรอกข้อความให้โจทก์ไว้ ต่อมาฝ่ายโจทก์ได้เขียนกรอกข้อความในสัญญาและเขียนจำนวนเงินกู้เป็น 136,770 บาท โดยจำเลยทั้งสองมิได้กู้ยืมเงินหรือค้ำประกันตามจำนวนเงินที่ปรากฏในสัญญานั้น โจทก์จึงไม่อาจฟ้องร้องบังคับคดีโดยอาศัยหลักฐานสัญญากู้ยืมและสัญญาค้ำประกันดังกล่าวได้ โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองโดยอาศัยสัญญากู้ยืมและสัญญาค้ำประกันฉบับระบุจำนวนเงินกู้ 136,770 บาท ไม่ได้ฟ้องโดยอาศัยสัญญากู้ยืมและค้ำประกันจำนวน 70,000 บาท ตามที่จำเลยยอมรับ ศาลจะพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 70,000 บาทตามที่จำเลยยอมรับไม่ได้ เพราะสัญญาฉบับที่โจทก์ฟ้องกับสัญญาที่จำเลยยอมรับเป็นคนละฉบับกัน และโจทก์ไม่ได้ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองรับผิดใช้เงินให้ตามสัญญาที่จำเลยยอมรับ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ ๑๓๖,๗๗๐ บาท โดยจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน ถึงกำหนดจำเลยไม่ชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ขอให้ศาลพิพากษาและบังคับ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ได้กู้ยืมเงินโจทก์จำนวน ๑๓๖,๗๗๐บาท ความจริงจำเลยที่ ๑ เคยกู้เงินโจทก์ ๗๐,๐๐๐ บาท โจทก์ได้หลอกลวงจำเลยทั้งสองให้ลงลายมือชื่อในแบบพิมพ์สัญญากู้ยืมและค้ำประกันที่ยังไม่ได้กรอกข้อความ แล้วโจทก์ร่วมกับบุคคลอื่นกรอกข้อความลงในแบบพิมพ์สัญญากู้ยืมและค้ำประกันตามที่ฟ้อง โดยมิได้รับความยินยอมจากจำเลยทั้งสอง สัญญาดังกล่าวจึงเป็นเอกสารปลอม จำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๗๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าสัญญากู้ยืมและค้ำประกันที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นสัญญาปลอมจะบังคับให้จำเลยรับผิดชำระเงิน ๗๐,๐๐๐ บาทไม่ได้ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญากู้ยืมและสัญญาค้ำประกันที่โจทก์นำมาฟ้องจำเลยทั้งสองได้ลงลายมือชื่อโดยไม่ได้กรอกข้อความให้โจทก์ไว้จริง ฝ่ายโจทก์เขียนกรอกข้อความเองโดยจำเลยที่ ๑ ไม่ได้กู้ยืมเงินและจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ค้ำประกันตามจำนวนที่ปรากฏในสัญญานั้น โจทก์จึงไม่อาจฟ้องร้องบังคับคดีโดยอาศัยหลักฐานจากสัญญากู้ยืมและสัญญาค้ำประกันดังกล่าวได้ ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยต้องรับผิดชำระเงินจำนวน ๗๐,๐๐๐ บาท ตามที่ยอมรับเพราะเป็นมูลหนี้ที่รวมอยู่ในสัญญาที่โจทก์นำมาฟ้องนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญากู้ยืมและสัญญาค้ำประกันที่โจทก์อ้างเป็นหลักฐานให้จำเลยทั้งสองรับผิดไม่ใช่เป็นสัญญากู้ยืมเงิน ๗๐,๐๐๐ บาท และสัญญาค้ำประกันที่จำเลยทั้งสองยอมรับว่าได้ทำให้โจทก์ไว้ เป็นคนละฉบับกัน และโจทก์ไม่ได้ขอให้จำเลยทั้งสองรับผิดใช้เงินให้โจทก์ตามสัญญาที่จำเลยยอมรับ ศาลจะพิพากษาให้จำเลยทั้งสองใช้เงิน ๗๐,๐๐๐ บาท ตามที่จำเลยที่ ๑ ยอมรับว่าได้ทำสัญญากู้ยืมโจทก์ไปและจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1624/2526 นางเฮงจู แซ่เอี้ยว โจทก์ นายวิชาญ ดิษฐ์เทศชัย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเฮงจู แซ่เอี้ยว · จำเลย - นายวิชาญ ดิษฐ์เทศชัย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม บรรลือสินธุ์ · พินิจ สังขนันท์ · ปรานอม มหรรณพ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายทวิช อนันตรสุชาติ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัตน์ ศรีอนุพันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 320/2482ฎีกา 1345/2532ฎีกา 1462/2565ฎีกา 2923/2525ฎีกา 1452/2511ฎีกา 552/2548ฎีกา 2776/2525ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 94/2474ฎีกา 272/2490ฎีกา 1897/2538ฎีกา 199/2537ฎีกา 1277/2493ฎีกา 1578/2493ฎีกา 1313/2515ฎีกา 8732/2549ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 2195/2533ฎีกา 794/2509ฎีกา 3055/2526ฎีกา 1896/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา