⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1684/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1684/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลวินิจฉัยว่าการลงโทษทางวินัยไม่ชอบด้วยระเบียบการพิจารณาระดับการลงโทษของนายจ้าง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อบังคับ ถือว่าเป็นการวินิจฉัยภายในกรอบที่ฟ้อง ไม่เป็นการพิพากษาเกินกว่าที่ฟ้อง การลงโทษทางวินัยที่เกินกว่าระดับที่กำหนดไว้ในข้อบังคับหรือระเบียบของนายจ้าง ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

ย่อคำพิพากษา

แม้ลูกจ้างจะฟ้องว่านายจ้างลงโทษทางวินัยลูกจ้างไม่ชอบด้วยข้อบังคับของนายจ้างเพียงกรณีเดียว แต่เมื่อระเบียบการพิจารณาระดับการลงโทษของนายจ้างเป็นส่วนหนึ่งของข้อบังคับดังกล่าว ดังนั้น การที่ศาลแรงงานฯ วินิจฉัยว่านายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างไม่ชอบด้วยระเบียบดังกล่าว จึงมิใช่เป็นการพิพากษาเกินไปจากที่ฟ้อง ลูกจ้างเล่นการพนันนอกสถานที่ทำการและนอกเวลาปฏิบัติงาน ซึ่งตามระเบียบพิจารณาระดับการลงโทษของนายจ้างให้ถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัยตามข้อบังคับโดยกำหนดระดับโทษเพียงลดขั้นเงินเดือน มิได้ถือเป็นความผิดที่ร้ายแรงถึงขั้นไล่ออกปลดออก ดังนั้น การที่นายจ้างไล่ลูกจ้างออกจากงานเพราะเหตุดังกล่าวจึงเป็นการลงโทษเกินระดับ เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ทั้งสามเป็นลูกจ้างประจำ จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโดยอ้างว่าโจทก์ทั้งสามเล่นการพนันในบริเวณที่ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ความจริงโจทก์ทั้งสามเล่นการพนันนอกเวลาทำงานและนอกบริเวณที่ทำงานซึ่งมิใช่ความผิดร้ายแรงตามข้อบังคับองค์การโจทก์ เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมตามมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน ขอบังคับให้จำเลยรับโจทก์ทั้งสามกลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และสภาพการจ้างเดิม ให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายให้โจทก์ทั้งสามเป็นรายเดือนเท่ากับอัตราค่าจ้างที่โจทก์ได้รับในเดือนสุดท้ายก่อนเลิกจ้างเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะรับโจทก์ทั้งสามกลับเข้าทำงานตามเดิม จำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งสามถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในข้อหาเล่นการพนันบริเวณที่ปล่อยรถอันเป็นสถานที่ที่ออกรถเพื่อรอคิวที่ออกแล่นรับผู้โดยสาร ศาลพิพากษาลงโทษปรับคดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนสอบสวนโจทก์ทั้งสามแล้ว มีความเห็นว่า โจทก์ทั้งสามได้กระทำผิดวินัยตามข้อบังคับองค์การโจทก์ ประกอบด้วยหลักเกณฑ์การลงโทษทางวินัยและพนักงานเล่นการพนัน จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ทั้งสาม ไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอให้พิพากษายกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า สถานที่เล่นการพนันมิใช่สถานที่ทำการของจำเลย การกระทำของโจทก์จึงอยู่ในหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในหนังสือเรื่องระดับโทษทางวินัยซึ่งมีโทษเพียงลดขั้นเงินเดือนเท่านั้น จำเลยลงโทษไล่โจทก์ออกจากงานเป็นการลงโทษที่เกินระดับโทษที่กำหนดไว้ เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา ๔๙ พิพากษาให้จำเลยรับโจทก์ทั้งสามกลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และสภาพการจ้างเดิม และให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายให้โจทก์ทั้งสามเป็นรายเดือนเท่ากับอัตราค่าจ้างที่โจทก์ได้รับในเดือนสุดท้ายก่อนเลิกจ้างจนกว่าจำเลยจะรับโจทก์ทั้งสามกลับเข้าทำงานตามเดิม จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า หนังสือเกี่ยวกับการพิจารณาระดับการลงโทษทางวินัยและพนักงานลูกจ้างเล่นการพนัน เป็นระเบียบที่จำเลยได้กำหนดเกี่ยวกับรายละเอียดของความผิดทางวินัยกรณีที่พนักงานลูกจ้างจำเลยกระทำผิดฐานเล่นการพนันในสถานที่ทำการหรือนอกสถานที่ทำการ ในเวลาทำงานหรือนอกเวลาทำงานว่าจะต้องถูกลงโทษตามข้อบังคับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ฉบับที่ ๔๖) ว่าด้วยวินัยการสอบสวนการลงโทษและการอุทธรณ์การลงโทษของพนักงาน พ.ศ. ๒๕๒๔ ในระดับความผิดใด ระเบียบการพิจารณาระดับการลงโทษทางวินัยและพนักงานลูกจ้างเล่นการพนันจึงเป็นส่วนหนึ่งของข้อบังคับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพดังกล่าวนั่นเอง การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ไม่ชอบด้วยระเบียบการพิจารณาระดับการลงโทษฯ อันเป็นส่วนหนึ่งของข้อบังคับจำเลย จึงมิใช่เป็นการพิพากษาเกินไปจากที่ฟ้อง โจทก์ทั้งสามเล่นการพนันนอกสถานที่ทำการของจำเลยและนอกเวลาปฏิบัติงาน ซึ่งตามระเบียบการพิจารณาระดับการลงโทษทางวินัยฯ ข้อ ๒.๑ให้ถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัยตามข้อบังคับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ฉบับที่ ๔๖) ว่าด้วยวินัยการสอบสวนและการลงโทษฯ พ.ศ. ๒๕๒๔ ข้อ ๔.๕ และ ๑.๑๓ โดยกำหนดระดับโทษเพียงลดขั้นเงินเดือน มิได้ถือเป็นความผิดที่ร้ายแรงถึงขั้นไล่ออกหรือปลดออกแต่อย่างใด ดังนั้น การที่จำเลยไล่โจทก์ทั้งสามออกจากงานเพราะเหตุดังกล่าว เป็นการลงโทษเกินระดับโทษที่กำหนดไว้ตามระเบียบข้อบังคับของจำเลย การที่จำเลยให้โจทก์ทั้งสามออกจากงานจึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ทั้งสาม ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา ๔๙ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1684/2526 นายมนัส เปรมปรี กับพวก โจทก์ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายมนัส เปรมปรี กับพวก · จำเลย - องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุสิต วราโห · ขจร หะวานนท์ · พิพัฒน์ จักรางกูร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายถวิล อินทรักษา · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 4715/2542ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 859/2527ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา