⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2031-2037/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2031-2037/2526

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแสดงเจตนาอุทิศที่ดินให้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเป็นนิติกรรมที่ไม่มีแบบ และเมื่อที่ดินนั้นได้กลายเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินแล้ว เจ้าของเดิมย่อมไม่มีสิทธิในที่ดินนั้นอีกต่อไป

ย่อคำพิพากษา

ที่พิพาทคือที่ดินของโจทก์ที่เหลืออยู่ระหว่างถนนสาธารณะกับที่ดินซึ่งโจทก์แบ่งแยกขายให้จำเลย เมื่อโจทก์ยอมให้กันเป็นเขตถนนสาธารณะซึ่งเป็นการแสดงเจตนาอุทิศให้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินอันเป็นนิติกรรมไม่มีแบบ ที่พิพาทย่อมมิใช่ของโจทก์อีกต่อไป การที่เสาหินหลักเขตถนนปักเข้ามาอยู่ใต้ถุนบ้านจำเลย จำเลยจึงมิได้รุกล้ำที่ดินของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.112 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์และยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งเจ็ดสำนวน โจทก์ทั้งเจ็ดสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้ยงต้นว่าเดิมที่ดินโฉนดเลขที่ 4280 ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์กับนายชนะ ขาวสอาด มีอาณาเขตด้านทิศใต้ติดถนนเทศบาลดำริซึ่งเป็นถนนสาธารณประโยชน์ โจทก์กับนายชนะได้แบ่งแยกที่ดินด้านนี้ขายเป็นแปลง ๆ ตามเนื้อที่ที่มีผู้เช่าปลูกบ้านอยู่มาก่อน แต่ในการรังวัดแบ่งแยกได้มีการร่นเสาหินหลักเขตด้านที่ติดถนนเทศบาลดำริปักล้ำเข้ามาในที่ดินที่ปลูกบ้านประมาณ 90 เซนติเมตร เป็นเส้นตรงยาวตลอดแนวถนนเมื่อจำเลยซื้อที่ดินมาตามที่แบ่งแยก จึงมีที่ดินส่วนที่ร่นเสาหินหลักเขตอยู่หน้าที่ดินของจำเลยซึ่งเป็นที่พิพาทในคดีทั้งเจ็ดสำนวนนี้ ถ้าหากที่พิพาทยังเป็นของโจทก์บ้านของจำเลยทั้งเจ็ดสำนวนก็ปลูกรุกล้ำที่ดินของโจทก์ จึงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาเป็นข้อแรกว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า บ้านของจำเลยทั้งเจ็ดสำนวนปลูกอยู่ริมถนนเทศบาลดำริมาก่อนที่โจทก์กับนายชนะจะแบ่งแยกที่ดินขาย และถนนเทศบาลดำริเป็นทางออกทางเดียวของจำเลย เมื่อมีการทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินก็ตกลงกันไว้ว่าที่ดินที่จะซื้อขายทางด้านทิศใต้ติดถนนเทศบาลดำริ แต่ในการรังวัดแบ่งแยกได้มีการกันที่พิพาทไว้ระหว่างถนนเทศบาลดำริกับที่ดินที่จะซื้อขาย ข้อเท็จจริงน่าเชื่อตามที่จำเลยนำสืบว่า เนื่องจากที่ดินของโจทก์กับนายชนะด้านทิศใต้ติดถนนเทศบาลดำริซึ่งเป็นถนนสาธารณะ ในการรังวัดจึงต้องแจ้งให้แขวงการทางปราจีนบุรีและเทศบาลทราบ ซึ่งนายช่างแขวงการทางปราจีนบุรีได้มอบอำนาจให้ตัวแทนมาเป็นผู้ชี้แนวเขตและรับรองเขตที่ดิน ช่วงแผนที่ผู้ทำการรังวัดได้บันทึกถ้อยคำโจทก์กับนายชนะไว้เป็นหลักฐานในการยินยอมให้รังวัดและรับรองแนวเขตทางหลวงซึ่งได้มีการกันที่ดินเข้าไปในเขตบ้านของจำเลย ดังปรากฏตามบันทึกเอกสารหมาย ล.5, ล.6 และ ล.7 เมื่อเจ้าพนักงานรังวัดแบ่งแยกโฉนดเสร็จ จึงปรากฏว่าเสาหินหลักเขตด้านทิศใต้ปักเข้ามาอยู่ใต้ถุนบ้านของจำเลยประมาณ 70เซนติเมตร ซึ่งแสดงว่าที่ดินที่อยู่ถัดหลักเขตออกไปนั้นโจทก์กับนายชนะยอมให้กันเป็นเขตถนนเทศบาลดำริ หาใช่กันไว้เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์กับนายชนะไม่ที่โจทก์นำสืบว่า โจทก์ไม่ได้สละสิทธิในที่ดินดังกล่าว แต่จำเลยทุกคนไม่ยอมให้โจทก์นำรังวัดแบ่งแยกโฉนดเต็มเนื้อที่ดินที่ปลูกบ้านเนื่องจากเกรงว่าทางราชการจะขยายถนนอีก ที่ดินที่กันไว้จึงยังคงเป็นของโจทก์นั้น ปราศจากเหตุผลอันควรเชื่อ เพราะไม่มีเหตุผลอย่างใดที่จำเลยจะยอมให้โจทก์กันที่พิพาทไว้เป็นของโจทก์อันเป็นการปิดกั้นทางที่จำเลยจะออกไปสู่ถนนสาธารณะ และยังจะเป็นเหตุให้บ้านของจำเลยปลูกรุกล้ำที่ดินของโจทก์มาตั้งแต่แรกอีกด้วย นอกจากนี้ตามแผนที่หลังโฉนดเลขที่ 4280 เอกสารหมาย จ.1 ซึ่งเป็นโฉนดที่ดินของโจทก์เองก็แสดงไว้โดยชัดแจ้งว่าที่ดินที่โจทก์กับนายชนะแบ่งแยกขายให้จำเลยนั้นทางด้านทิศใต้ติดถนนสาธารณประโยชน์ หาได้มีการกันที่ดินไว้เป็นของโจทก์แต่อย่างใดไม่ ถึงแม้ที่พิพาทจะเคยเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์กับนายชนะมาก่อน แต่เมื่อโจทก์กับนายชนะยอมให้กันเป็นเขตถนนสาธารณะ ซึ่งเป็นการแสดงเจตนาอุทิศให้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินอันเป็นนิติกรรมไม่มีแบบ ที่พิพาทย่อมมิใช่ของโจทก์อีกต่อไป จำเลยมิได้รุกล้ำที่ดินของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2031 - 2037/2526 นางจันทร์ทิพย์ ขาวสอาด โจทก์ นางเสย ศิริรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางจันทร์ทิพย์ ขาวสอาด · จำเลย - นางเสย ศิริรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศักดิ์ สนองชาติ · นิยม ติวุตานนท์ · ม.ร.ว.ชัยวัฒน์ ชมพูนุท
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 2026/2494ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 863/2524ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา